ศิลปะลายรดน้ำ และขั้นตอนการสร้างสรรค์ลายรดน้ำ

งานศิลปะลายรดน้ำเป็นหนึ่งในงานช่างสิบหมู่ประเภทช่างรัก และเป็นงานศิลปะไทยที่มีเอกลักษณ์ คือเป็นภาพที่ใช้สีแค่สองสี ได้แก่ สีทองของทองคำและสีดำของยางรัก
สารานุกรมไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถานได้อธิบายว่า “ลายรดน้ำ คืองานจิตรกรรมไทยแขนงหนึ่ง ได้รับช่างถ่ายทอดความรู้กันมาตั้งแต่สมัยโบราณ เป็นวิธีการที่ช่างเขียนได้คิดทำไว้ช้านานแล้ว ลายรดน้ำประกอบด้วยการลงรัก เขียนลายด้วยน้ำยาหรดาลและปิดทองรดน้ำ” …

ส่วนใหญ่เราจะพบงานลายรดน้ำเขียนบนพื้นไม้ที่พบมากคือ ลายรดน้ำประดับภายนอกของ ตู้พระไตรปิฎก ซึ่งบางครั้งเรียกว่าตู้ลายทอง หีบไม้ลับแล บานประตู บานหน้าต่าง และที่น่าสนใจคือ ภาพลายรดน้ำขนาดใหญ่ ตกแต่งผนังด้านนอกของอาคารไม้ ซึ่งมักเป็นพระตำหนักของกษัตริย์มาก่อน ได้แก่ หอเขียน วังสวนผักกาด และตำหนักไม้ที่วัดไทร เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ

ไม่ปรากฏหลักฐานที่บ่งบอกให้รู้ได้ว่าในสังคมไทยเริ่มทำลายรดน้ำเมื่อใด ทั้งนี้ งานศิลปะลายรดน้ำส่วนใหญ่ที่พบเป็นงานในสมัยอยุธยาตอนต้น ปลาย และต้นรัตนโกสินทร์ (รัชกาลที่ ๑ – ๔ )

ลายรดน้ำเป็นงานปราณีตศิลป์ที่งดงาม ดังที่ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ได้กล่าวถึงลายรดน้ำในหนังสือ ตู้ลายรดน้ำไว้ว่า

“บรรดาศิลปประยุกต์ที่คนไทยในสมัยโบราณสร้างขึ้นไว้ มีอยู่ประเภทหนึ่ง (ส่วนมาก) ทำลวดลาย เป็นภาพปิดด้วยบนแผ่นทองคำเปลวบนพื้นรักสีดำ งานศิลปะประเภทนี้มีความสำคัญมากสำหรับตกแต่งสิ่งของเครื่องใช้ของชาวบ้าน และเครื่องใช้ในพระศาสนา .. งานช่างรักประเภทนี้ เราเรียกว่า “ลายรดน้ำ” (หมายถึงการทำงานสำเร็จในชั้นสุดท้ายด้วยการเอาน้ำรด..) ได้เจริญสูงสุดในสมัยอยุธยา ตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๒๒ จนถึงตอนกลางพุทธศตวรรษที่ ๒๓ ..”

น. ณ ปากน้ำ ศิลปินแห่งชาติผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะไทยได้กล่าวถึงลายรดน้ำว่า

ลายรดน้ำปิดทองหรือลายไทยของเราเป็นวิสุทธิศิลป์ประเภทหนึ่ง ซึ่งสำแดงออกด้วยน้ำหนักช่องไฟ และเส้นอันงามแสดงอารมณ์ ความรู้ต่าง ๆ แม้จะมีเพียงแค่สีทองของตัวลายกับสีดำ”

กล่าวได้ว่าความงามของลายรดน้ำเป็นงานศิลปะที่ผสานกันอย่างลงตัวระหว่างงานฝีมือ และเทคนิคการสร้างสรรค์งานที่ซับซ้อน กว่าจะได้เป็นงานชิ้นหนึ่งต้องผ่านกระบวนการทำที่มีขั้นตอนละเอียดต้องอาศัยความชำนาญ และประสบการณ์ของช่างเป็นสำคัญ

ขั้นตอนการสร้างสรรค์ลายรดน้ำ

กระบวนการของการสร้างงานลายรดน้ำมีกรรมวิธีที่สัมพันธ์กันตั้งแต่การเตรียมพื้นผิวจนเสร็จสิ้นเมื่อรดน้ำที่ลายปิดทองดังต่อไปนี้

๑. การสร้างงานลายรดน้ำแบบโบราณ

๑. เตรียมพื้นผิวที่จะเขียนลายรดน้ำ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญที่ต้องเตรียมการอย่างดี เพราะจะมีผลต่อความคงทนของลายรดน้ำ โดยจะต้องขัดผิวให้เรียบ นำรักน้ำเกลี้ยงมาทาพื้นให้ทั่วเพื่อ อุดรอยเสี้ยนและผึ่งให้แห้ง
๒. นำรักน้ำเกลี้ยงผสมสมุก* โดยบดให้เข้ากันจนละเอียด นำไปทาที่พื้นผิว จากนั้นปล่อยทิ้งไว้จนแห้งสนิท
๓. นำหินหรือกระดาษทรายมาขัดผิวให้เรียบเสมอกัน หากยังไม่เรียบให้เอาสมุกที่ ผสมรักน้ำเกลี้ยงมาทาซ้ำ รอแห้ง และขัดซ้ำ
๔. เมื่อทารักและขัดผิวจนได้พื้นผิวที่มีความหนาเหมาะสมแล้ว ให้ทาด้วยรักน้ำเกลี้ยง และนำไปเก็บในที่มิดชิดไม่มีฝุ่นจับได้ จนเมื่อแห้งสนิทนำพื้นผิวนั้นมาเช็ด ปัด ทำความสะอาด และทารักน้ำเกลี้ยงทับ ปล่อยให้แห้งทำเช่นนี้ซ้ำ ๓ ครั้ง จนพื้นรักขึ้นเงาเป็นมัน ที่สำคัญคือรักน้ำเกลี้ยงนั้น ต้องกรองจนไม่มีกากหรือฝุ่นละอองปะปน
๕. เตรียมน้ำยาหรดาลได้แก่หินสีเหลืองที่นำมาบดให้ละเอียด แช่น้ำ ล้างให้สะอาด และนำมาบดรวมกับน้ำส้มป่อย แล้วนำไปตากแดดให้แห้งจากนั้นนำมาใส่น้ำต้มฝักส้มผ่อย บดจนละเอียดแล้วตากแดดอีก ทำเช่นนี้ซ้ำ ๒-๓ ครั้ง จากนั้นนำยางมะขวิดมาแช่น้ำให้ละลาย แล้วนำมาผสมกับหรดาลที่เตรียมไว้จนได้ความเหนียวพอดี คือเมื่อแห้งแล้วเช็ดรักไม่หลุด
๖. ขั้นการเขียนลวดลายในสมัยโบราณ นายช่างจะนำกระดาษข่อยมาร่างตัวลายที่จะเขียน จากนั้นใช้เหล็กแหลมปรุตามเส้นลายที่เขียนไว้ แต่ก่อนที่จะนำกระดาษลายไปทาบพื้นผิวที่จะเขียนนั้น จะต้องนำดินสอพองละลายน้ำมาล้างพื้นผิวเสียก่อนแล้วเช็ดดินสอพองออกให้หมด จึงนำกระดาษปรุลายมาทาบเอาฝุ่นดินสอพองเผาใส่ลูกประคบ นำมาตบบนกระดาษตามรอยปรุ เพื่อให้ฝุ่นนั้นผ่านรูปรุ ไปติดบนพื้นผิวเป็นลวดลาย แล้วจึงม้วนตลบกระดาษลายไว้ด้านบน (เผื่อในกรณีที่ลายที่ตบด้วยฝุ่นไม่ชัดเจนสามารถทาบกระดาษได้ตรงลายเดิม)

Image

ขั้นตอนการนำฝุ่นดินสอพองเผาที่ใส่ในลูกประคบ
มาตบลงบนกระดาษปรุลายที่ทาบลงบนพื้นผิวที่จะเขียน

 

Image

ฝุ่นดินสอพองผ่านรูปรุไปติดบนพื้นผิวเป็นลวดลาย

๗. นำน้ำยาหรดาลที่เตรียมไว้มาเขียนตามรอยที่ใช้ลูกประคบโรยแบบปรุไว้ และถมช่องไปที่ต้องการให้เห็นพื้นรักสีดำ โดยในการเขียนนั้นต้องมีไม้รองมือ มีลักษณะเป็นไม้ยาว เล็ก หุ้มผ้าที่ปลายมิให้เกิดร่องรอยที่พื้นผิว

Image
Image

ขั้นตอนการเขียนหรดาลตามรอยที่ใช้ลูกประคบโรยแบบปรุไว้

๘. เมื่อเขียนเสร็จใช้ผ้านุ่มเช็ดฝุ่นออกแล้วนำผ้าชุบยางรักที่เคี่ยวไฟไว้จนเหนียว นำมาทำการเช็ดรัก คือ เช็ดยางรักลงบนพื้นที่ไม่ได้ลงหรดาล (พื้นที่จะปิดทอง) และเช็ดออกให้เหลือบางที่สุด เรียกว่า การถอนรัก การถอนรักนี้ ต้องอาศัยความชำนาญ หากทำไม่ดีจะทำให้หรดาลไม่หลุดออกในขั้นตอนสุดท้าย

Image

ขั้นตอนการถอนรัก ใช้ผ้าชุบยางรักที่เคี่ยวไฟจนเหนียว
นำมาเช็ดรักลง บนพื้นที่ที่ต้องการจะปิดทอง และเช็ดออกให้เหลือเพียงบาง ๆ

 

๙. ปิดทองลงบนพื้นที่เช็ดรักไว้ โดยเมื่อปิดเสร็จก็นำกระดาษที่หุ้มแผ่นทองมาชุบน้ำ และปิดทับทองที่ลงไว้ พรมน้ำให้ชุ่มพื้นผิวทั้งหมด ทิ้งไว้ ๒-๓ นาที ให้หรดาลละลาย และเช็ดออกด้วย สำลีชุบน้ำเบา ๆ นำน้ำมารดและล้างจนน้ำยาหรดาลออกจนหมด ทำให้ส่วนที่ปิดทองกลายเป็นตัวลายตามที่เขียนไว้ติดแน่นกับพื้นรักแท้ ๆ ขั้นตอนสุดท้ายนี้เอง คือที่มาของชื่อ ลายรดน้ำ

Image

ขั้นตอนการปิดทองลงบนพื้นที่เช็ดรักไว้
Image

Image
ขั้นตอนการนำน้ำมารด เพื่อล้างน้ำยาหรดาลออก
จนเผยให้เห็นส่วนปิดทองที่ติดแน่นกับพื้นรัก

๒. การสร้างงานลายรดน้ำด้วยวัสดุทดแทน (แบบสมัยใหม่)

๑. เตรียมพื้นที่จะใช้เขียนโดยการใช้สีโป๊วรถยนต์ทาให้ทั่วพื้นรอให้แห้งและขัดให้เรียบด้วยกระดาษทราย

๒. เมื่อขัดจนเรียบแล้วปัดฝุ่นให้สะอาด และพ่นสเปรย์เคลือบพื้นสีเทาให้ทั่ว และทิ้งให้แห้ง

๓. ลงพื้นด้วยสีเฟรกดำทาบาง ๆ รอให้แห้ง ทำซ้ำ ๓ ครั้ง จนพื้นเรียบเป็นเงา และพักไว้จนแห้งสนิท

๔. เตรียมน้ำยาหรดาล โดยการใช้หินหรดาล และน้ำต้มฝักส้มป่อย เช่นเดียวกับแบบโบราณ แต่ใช้การกระถิน (น้ำยางของต้นกระถินยักษ์) แทนน้ำยางมะขวิดได้

๕. ลอกลายที่ต้องการเขียนลงบนกระดาษไข และใช้เข็มปรุงตามลายที่ลอกไว้

๖. ขั้นการเขียนลวดลายเริ่มจากการทำความสะอาดพื้นด้วยดินสอพอง ผสมน้ำเล็กน้อย นำมาถูวนให้ทั่วพื้นที่เตรียมไว้ และใช้สำลีถูออกให้หมด และนำแบบปรุบนกระดาษไขทาบลงบนพื้น ใช้ลูกประคบดินสอพองตบให้ทั่ว เป็นการโรยแบบเพื่อเตรียมเขียน

๗. เขียนลวดลายด้วยน้ำยาหรดาล และถมพื้นส่วนที่ไม่ต้องการให้ติดทองโดยขณะเขียนใช้สะพานรองมือเพื่อไม่ให้มือสัมผัสกับพื้นที่เขียน

๘.เมื่อเขียนเสร็จใช้ลูกประคบดินสอพองลงบนงานเพื่อทำความสะอาดอีกครั้ง โดยต้องอยู่ในสถานที่ ๆ ไม่มีความชื้นโดยเด็ดขาด เพราะลายที่เขียนอาจหลุดออกได้

๙. ใช้สีเฟรก แทนยางรัก โดยนำสำลีชุบกับสีและนำมาเช็ดให้ทั่ว ให้สม่ำเสมอกัน เมื่อทั่วแล้วใช้สำลีเปล่าเช็ดซ้ำอีกเรียกว่าการถอน จนกว่าพื้นจะมีความแห้งที่เหมาะสมที่จะปิดทอง

๑๐. ปิดทองลงบนพื้นให้ทั่ว ใช้นิ้วกวดทองเบา ๆ จากนั้น ขั้นการรดน้ำใช้สำลีชุบน้ำสะอาดมาเช็ดให้ทั่วและรูดน้ำยาหรดาลออก ลวดลายที่เขียนไว้ก็จะปรากฏ เป็นอันเสร็จขั้นตอนการทำลายรดน้ำ

Leave a Comment

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติ HTML เหล่านี้ได้: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>