จดหมายเหตุพระนครศรีอยุธยา

พัฑร์  แตงพันธ์ / Patt Taengpun

จดหมายเหตุพระนครศรีอยุธยา
มกราคม – พฤษภาคม ๒๕๕๘

พัฑร์  แตงพันธ์

นักวิชาการศึกษา สถาบันอยุธยาศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา

มกราคม ๒๕๕๘

จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นส่วนหนึ่งในโครงการสานใจไทยสู่ใจใต้

          โครงการสานใจไทยสู่ใจใต้ เป็นกิจกรรมที่หลายภาคส่วนได้ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนที่นับถือศาสนาพุทธและอิสลาม กว่า ๒๐๐ คน ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ มาร่วมกันเรียนรู้และหาประสบการณ์ใหม่ ให้เข้าใจถึงวัฒนธรรมที่แตกต่างกันแต่สามารถอยู่รวมกันได้โดยไม่แบ่งแยกศาสนา ร่วมเรียนรู้การใช้ชีวิตกับครอบครัวอุปถัมภ์ และศึกษาแหล่งประวัติศาสตร์ภายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาภายใต้หลักสูตร “สังคมพหุวัฒนธรรม นำพาสันติสุข สู่ชายแดนใต้” ซึ่งปีนี้จัดขึ้นเป็นรุ่นที่ ๒๕ และมีพิธีปิดกิจกรรมไปเมื่อวันที่ ๓๑ มกราคม ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา

ทั้งนี้ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้รับการขนานนามว่าเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม เป็นนครแห่งความหลากหลายทางเชื้อชาติและศาสนามาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยากระทั่งปัจจุบัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงเป็นท้องถิ่นตัวอย่างของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขท่ามกลางความแตกต่างทางศาสนาได้เป็นอย่างดี

โครงการนำร่องจัดการแก้ไขปัญหาขยะ

         จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นจังหวัดหนึ่งที่ประสบปัญหาการจัดการขยะ โดยเฉพาะปัญหาบ่อขยะของเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา ที่มีการนำขยะมากองพะเนินจนกลายเป็น “ภูเขาขยะ” อยู่ที่ตำบลบ้านป้อม อำเภอพระนครศรีอยุธยา

         จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงถูกเลือกให้เป็นจังหวัดนำร่องในการจัดการขยะ โดยมีการตั้งชื่อโครงการว่า “อยุธยาเมืองประวัติศาสตร์ เมืองสะอาดปลอดขยะต้นแบบ” ซึ่งกำลังดำเนินการก่อสร้างระบบฝังกลบขยะแบบถูกหลักสุขาภิบาล โรงงานผลิตเชื้อเพลิงจากขยะ และโรงงานผลิตไฟฟ้าจากขยะบนเนื้อที่ประมาณ ๓๗๒ ไร่ ไว้ที่ตำบลมหาพราหมณ์ อำเภอบางบาล พร้อมทั้งดำเนินการขนย้ายขยะจำนวน ๒ แสนตัน จากตำบลบ้านป้อม มาฝังกลบ ณ บ่อขยะแห่งใหม่นี้ด้วย สำหรับบ่อขยะเก่าที่ตำบลบ้านป้อมนั้น ทางจังหวัดฯ มีแผนปรับปรุงเป็นสวนสาธารณะแห่งใหม่ต่อไป

 จดหมายเหตุอยุธยา

แบบจำลองสถานที่กำจัดขยะแห่งใหม่

กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘

จังหวัดพระนครศรีอยุธยาอาจได้รับเลือกเป็นหนึ่งในสถานที่ประชาสัมพันธ์งานท่องเที่ยวนานาชาติ ในปี ๒๕๕๙

         รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เห็นชอบให้ประเทศไทยเสนอตัวเป็นเจ้าภาพงาน “เวิลด์ ทัวริสซึ่ม เดย์” ในเดือนกันยายน ๒๕๕๙ ซึ่งเป็นงานใหญ่ของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วโลก โดยมีแผนที่จะใช้สถานที่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นหนึ่งในสถานที่ประชาสัมพันธ์งานด้านศิลปวัฒนธรรมไทย

         จากการที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้รับเลือกเป็นสถานที่ประชาสัมพันธ์งาน “เวิลด์ ทัวริสซึ่ม เดย์” และงานอื่น ๆ ในระดับชาติ เช่น การเสนอตัวเป็นสถานที่จัดงาน “เวิลด์ เอ็กซ์โป ๒๐๒๐” ที่ผ่านมานั้น สามารถสะท้อนว่าจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นเมืองที่มีศักยภาพในการประชาสัมพันธ์เอกลักษณ์ด้านวัฒนธรรมของชาติได้อย่างโดดเด่น

มีนาคม ๒๕๕๘

ภาคอุตสาหกรรมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาขยายตัวเพิ่มขึ้นเกือบ ๕,๐๐๐ ล้านบาท

         อุตสาหกรรมจังหวัดฯ เผยว่าในปีนี้มีโรงงานอุตสาหกรรมประกอบกิจการใหม่ จำนวน ๔๖ โรงงาน รวมเงินทุน ๔,๘๕๐.๖๙ ล้านบาท และเกิดการจ้างงาน ๑,๗๐๗ คน รวมเงินทุนในภาพรวมล่าสุดของนิคมอุตสาหกรรมทั้ง ๕ แห่งในจังหวัดฯ สูงเกือบ ๖ แสนล้านบาท

         สภาวการณ์ลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่เพิ่มขึ้นในแต่ละปี ย่อมมีผลต่อความเปลี่ยนแปลงของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยเฉพาะการโยกย้ายถิ่นฐานของประชากรจากทั่วสารทิศที่เข้ามาหางานทำ ส่งผลให้เกิดการขยายตัวของชุมชนเมืองใหม่รายรอบนิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ มีการลงทุนในธุรกิจด้านที่พักอาศัย ห้างสรรพสินค้า ฯลฯ รวมไปถึงการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ เพื่อรองรับการหลั่งไหลเข้ามาของประชากรเหล่านี้ด้วย

เมษายน ๒๕๕๘

สำนักศิลปากรที่ ๓ บูรณะโบราณสถานเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย

         สำนักศิลปากรที่ ๓ พระนครศรีอยุธยา นำภาครัฐ เอกชน และอาสาสมัครท้องถิ่น พัฒนาบูรณะโบราณสถาน วัดพระยาแมน อำเภอพระนครศรีอยุธยา ในโครงการ วันอนุรักษ์มรดกไทย กิจกรรมรณรงค์การดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรมโบราณสถานสำคัญของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาส ฉลองพระชนมายุครบ ๕ รอบ

ชาวอยุธยา พร้อมใจสวมเสื้อม่วง และประดับธง เทิดพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ

         ชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมใจสวมเสื้อม่วงตลอดเดือนเมษายน ในขณะที่หน่วยงานต่าง ๆ ได้ประดับธงพระนามาภิไธย และพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อเทิดพระเกียรติในโอกาส ฉลองพระชนมายุครบ ๕ รอบ โดยพร้อมเพรียง

ททท. เสนอแผนการท่องเที่ยวทางน้ำเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

         ททท.ภูมิภาคภาคกลาง เผยแนวทางส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีนักท่องเที่ยวปีละกว่า ๖ ล้านคน และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นถึง ๗ ล้านคน โดยจะนำแผนการท่องเที่ยว
ทางน้ำมากระตุ้นเม็ดเงินให้เกิดขึ้นภายในจังหวัด

         ทั้งนี้ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สามารถท่องเที่ยวได้หลายรูปแบบ ซึ่งการท่องเที่ยวทางน้ำถือว่าเป็นการท่องเที่ยวอีกรูปแบบหนึ่งที่ได้รับความนิยมมากทั้งจากชาวไทยและต่างชาติ เพราะนักท่องเที่ยวจะได้ชื่นชมทั้งธรรมชาติ วิถีวัฒนธรรม โบราณสถาน และแสงไฟที่ประดับตามวัดวาอารามริมสองฝั่งลำน้ำในยามค่ำคืน

จดหมายเหตุอยุธยา 2

 

พฤษภาคม ๒๕๕๘

รัฐบาลปรับปรุงแม่น้ำป่าสัก เพื่อการขนส่งทางน้ำจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยาสู่เกาะสีชัง

         จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นจังหวัดที่สามารถทำการขนส่งทางน้ำได้เป็นระบบและสมบูรณ์ โดยเฉพาะที่อำเภอนครหลวง มีการสร้างท่าเรือขนาด ๕๐๐ ตันกรอส สามารถรองรับสินค้าได้เกือบ ๒,๐๐๐ ตัน จำนวน ๕๒ แห่ง เป็นท่าขนส่งสินค้าประเภทปูนซิเมนต์ ผลิตภัณฑ์ซีพี มันสำปะหลัง ข้าว และสินค้าเกษตรทั้งหมด โดยล่องเรือไปตามแม่น้ำป่าสักไปออกที่แม่น้ำเจ้าพระยา และไปสิ้นสุดที่เกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี รวมระยะทาง ๒๐๐ กิโลเมตร

         ระบบโลจิสติกส์ หรือการขนส่งทางน้ำ ถือว่าเป็นการขนส่งที่สำคัญทางหนึ่ง รัฐบาลจึงมีนโยบายจะปรับปรุงแม่น้ำป่าสัก เพื่อให้เป็นการขนส่งทางน้ำที่สมบูรณ์มากที่สุด โดยใช้งบประมาณกว่า ๒ พันล้านบาท ซึ่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยามียุทธศาสตร์ จะเป็นศูนย์กลางการขนถ่ายสินค้าทางน้ำ เนื่องจากมีเครือข่ายแม่น้ำหลายสายไหลผ่าน และทำให้อำเภอนครหลวงกลายเป็นพื้นที่ในการทำธุรกิจท่าเทียบเรือ โดยในปี ๒๕๔๙ มีท่าเรือ ๓๓ แห่ง ปี ๒๕๕๔ มี ๕๒ แห่ง

พิธีเยี่ยมหลุมฝังศพเจ้าพระยาบวรราชนายกประจำปีที่พระนครศรีอยุธยา

         นายฮุสเซน กะมาลิยอน (H.E. Mr. Husein Kamalian) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านประจำประเทศไทย พร้อมด้วย นายมุศฏาฟา นัจญาริยอน ซอเดะฮ์ (Mr. Mostafa Najjarian Zadeh) ที่ปรึกษาฝ่ายวัฒนธรรม สาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน ประจำประเทศไทย ร่วมพิธีเยี่ยมหลุมฝังศพ และวางพวงมาลาอุทิศส่วนกุศลแด่เจ้าพระยาบวรราชนายก หรือ เฉกอะหมัด จุฬาราชมนตรีคนแรกของประเทศไทย ณ อนุสรณ์สถานเจ้าพระยาบวรราชนายก ภายในมหาวิทยาลัยราชภัฎพระนครศรีอยุธยา ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี

         อนึ่ง เจ้าพระยาบวรราชนายกหรือเฉกอะหมัด เดินทางเข้ามายังกรุงศรีอยุธยาเมื่อ พ.ศ. ๒๑๔๓ ในฐานะวานิชผู้มีความสามารถ จนได้รับโปรดเกล้าฯ ให้เป็นขุนนางกรมท่าขวาแห่งราชสำนักสยาม และได้รับพระราชทานที่ดินปลูกสร้างบ้านเรือน และศาสนสถานทางตอนใต้ของตัวเมือง ในย่านคลองประตูเทพหมี ซึ่งปัจจุบันอยู่ในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา และเฉกอะหมัดยังเป็นต้นสกุลของชาวไทยมุสลิมหลายนามสกุล รวมถึงสกุลบุนนาคด้วย

         การที่เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านประจำประเทศไทยร่วมพิธีเยี่ยมหลุมฝังศพ แด่เจ้าพระยาบวรราชนายกเป็นประจำทุกปีนั้น สะท้อนว่าจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นแห่งสัมพันธภาพระหว่างประเทศไทยและประเทศอิหร่านที่ยาวนานจวบจนปัจจุบัน

จดหมายเหตุอยุธยา 3
จดหมายเหตุอยุธยา 4

สืบค้นภาพถ่าย ข่าวสาร และเหตุการณ์สำคัญของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ได้ที่ศูนย์ข้อมูลอยุธยาศึกษา สถาบันอยุธยาศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา

Leave a Comment

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติ HTML เหล่านี้ได้: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>