เทริดโนรามาจากกรุงศรีอยุธยาหรือไม่ ?

วรวิทย์  สินธุระหัส / Worawit  Sinturahas

เทริดโนรามาจากกรุงศรีอยุธยาหรือไม่ ?

Was a Nora Tiara Made in the Kingdom of Ayutthaya ?

วรวิทย์  สินธุระหัส / Worawit  Sinturahas
ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการ
โรงเรียนสมโภชกรุงอนุสรณ์ (๒๐๐ปี) สำนักงานเขตสะพานสูง สังกัดกรุงเทพมหานคร

บทคัดย่อ

เทริดโนรา อาจมีต้นเค้าจากรัดเกล้าพระพุทธรูปทรงเครื่องน้อย และเทวดาประดับบานประตู ในสมัยอยุธยาตอนกลาง เช่น กระบังหน้ามีขอบกระจัง ต่อมาในสมัยอยุธยาตอนปลายมีการสร้างพระพุทธรูปทรงเครื่องอย่างใหญ่ ประดับลวดลายเครื่องศิราภรณ์มากขึ้นและมีส่วนที่คล้ายกับเทริดโนรา เช่น ยอดมงกุฎเป็นชั้น รูปทรงมงกุฎทรงเทริด  กระบังหน้ากับส่วนยอดสวมติดกันเป็นชั้นเดียว พบหลักฐานงานจิตรกรรมสมัยอยุธยาตอนปลาย  ที่เกี่ยวข้องกับการแสดงโนรา ตำนานโนราชาตรีของกรุงศรีอยุธยาที่กล่าวถึงบทไหว้ครูที่น่าจะเป็นข้อสนับสนุนในการเชื่อมโยงกับงานศิลปกรรมอยุธยากับเทริดโนราในภาคใต้  สำหรับนครศรีธรรมราชโดยเฉพาะภายในวัดพระบรมธาตุ มีตัวอย่างพระพุทธรูปทรงเครื่องน้อยที่สามารถเปรียบเทียบได้กับเทริดโนรา เช่นเดียวกับศิลปกรรมอยุธยา ส่วนพระพุทธรูปทรงเครื่องอื่นๆในนครศรีธรรมราช พัทลุง และตรัง มีแนวโน้มที่จะได้รับรูปแบบการสร้างจากสมัยอยุธยาตอนปลาย โดยเฉพาะเทริดมีรูปแบบเหมือนเทริดโนรามากขึ้น รูปแบบของเทริดโนราน่าจะมีอายุในสมัยอยุธยาตอนปลายเพราะมีระบบการสวมศิราภรณ์แบบชั้นเดียว  มีเค้าโครงจากสมัยอยุธยาตอนกลางเป็นบางส่วนด้วย และมีการผสมผสานระหว่างงานช่างในท้องถิ่นกับแบบอย่างของเมืองหลวง ลักษณะเทริดโนราแบบนี้คงสืบต่อเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

คำสำคัญ : เทริด, โนรา, อยุธยา

Abstract

A Nora tiara might be derived from a crown of the Crowned Buddha Image and that of an angel carved on the door panel found in the middle Ayutthaya period, as evidenced by its visor with a grille frame.  In the late Ayutthaya period, the huge Crowned Buddha Image with an elaborated design on the crown similar to a Nora tiara had been constructed.  Moreover, the paintings concerning Nora performance had been found in the late Ayutthaya period.  This evidence is likely to support the idea of the relations between Ayutthaya arts and a Nora tiara of the southern part of Thailand. Many Crowned Buddha Images found in Nakhon Si Thammarat, Phathalung, and Trang provinces are likely to be influenced by the arts during the late Ayutthaya period too.  It is believed that the style of a Nora tiara can be dated back to the late Ayutthaya period, as evidenced by its one-tier crown with a frame partly derived from the middle Ayutthaya arts together with a blend of local and metropolitan styled craftwork, and it has been developed continually up to the present time.

Keyword: tiara, Nora, Ayutthaya

บทนำ

เมื่อกล่าวถึงโนรา ปัจจุบันส่วนใหญ่คงจะรู้จักกันเป็นอย่างดีว่าเป็นนาฏศิลป์พื้นเมืองในภาคใต้ของไทย ที่มีเอกลักษณ์ โดยเฉพาะการแต่งกาย ได้แก่ สายสังวาล ปีกนกแอ่น (ปีกเหน่ง) หางหงส์ (ปีก) ปั้นเหน่ง ทับทรวง เครื่องลูกปัด ผ้านุ่ง ผ้าห้อย หน้าผ้า (ชายไหว) สนับเพลา กำไลต้นแขน – ปลายแขน กำไลมือ กำไลเท้า เล็บ (ณรงค์ชัย ปิฎกรัชต์, ๒๕๕๗, หน้า ๑๒) และเทริด เครื่องประดับศีรษะ ที่แสดงสัญลักษณ์ถึงความเป็นโนราได้อย่างชัดเจนที่สุด ซึ่งลักษณะรูปแบบของเทริดนี้ยังไม่มีการกล่าวถึงหลักฐานที่มาอย่างชัดเจน ไม่สามารถยืนยันได้ว่าเทริดโนรามาจากที่ใดกันแน่ เทริดโนราอาจถือกำเนิดขึ้นเองในภาคใต้หรือจากที่อื่นอย่างกรุงศรีอยุธยา มีข้อสันนิษฐานถึงเครื่องแต่งกายโนราว่าน่าจะได้รับอิทธิพลจากงานศิลปกรรมอยุธยา คือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงกล่าวถึงรูปแบบการแต่งกายโนราที่มีเทริดประกอบอยู่ด้วยว่า มีการนุ่งสนับเพลาเชิงกรอมถึงเท้า นุ่งผ้าจีบหยักรั้งจีบโจงไว้หางหงส์ สวมเครื่องอาภรณ์กับตัวเปล่า ไม่ใส่เสื้อ และศีรษะสวมเทริด (ซึ่งยังแต่งทุกวันนี้) มีรูปเทวดาที่บานจำหลักซุ้มพระเจดีย์วัดพระศรีสรรเพชญซึ่งอยู่ในพิพิธภัณฑสถาน และรูปเทวดาที่เขียนไว้หลังบานประตูพระอุโบสถวัดใหญ่สุวรรณาราม เพชรบุรี เป็นต้น (ดำรงราชานุภาพ, สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยา,  ๒๕๔๖,  หน้า ๒๒๔ – ๒๒๕) จากข้อสันนิษฐานดังกล่าวจึงชวนให้คิดว่าเทริดโนราที่เห็นอยู่ทุกวันนี้น่าจะได้รับรูปแบบมาจากศิลปะอยุธยาตอนกลางเป็นต้นมา โดยอาจมีการกระจายตัวแลกเปลี่ยนกัน ทางด้านศิลปะจากกรุงศรีอยุธยา
ถึงนครศรีธรรมราชและเผยแพร่ไปทั่วภาคใต้ในที่สุด

เทริดโนราจากภาคใต้

อย่างไรก็ตาม จากเอกสารตัวอย่างตำนานโนราทางภาคใต้เล่าโดยขุนอุปถัมภ์นรากร (พุ่มเทวา) ว่าพระยาสายฟ้าฟาด กษัตริย์ครองเมืองๆ หนึ่งมีชายาชื่อนางศรีมาลา มีธิดาชื่อนวลทองสำลี วันหนึ่งนางนวลทองสำลีสุบินว่าเทพธิดามาร่ายรำและมีดนตรีประโคมให้ดู จากนั้นนางจึงให้ทำเครื่องดนตรีและหัดรำตามที่สุบิน วันหนึ่งนางอยากเสวยเกสรดอกบัวในสระหน้าวัง เมื่อเสวยดอกบัวแล้วนางก็ตั้งครรภ์แต่ก็ยังเล่นรำตามปกติ วันหนึ่ง
พระยาสายฟ้าฟาดมาทอดพระเนตรเห็นเข้าก็ซักไซ้เอาความจริงได้ว่า ที่นางทรงครรภ์เพราะเสวยเกสรดอกบัว พระยาสายฟ้าฟาดไม่ทรงเชื่อจึงรับสั่งให้เอานางลอยแพพร้อมด้วยสนมกำนัล ๓๐ คน แพไปติดที่เกาะกะชัง นางจึงใช้เกาะกะชังเป็นที่อาศัย ต่อมาประสูติพระโอรส ทรงสอนพระโอรสรำโนราได้ชำนาญแล้วจึงเล่าเรื่องแต่หนหลังให้ทราบ ต่อมากุมารน้อยได้โดยสารเรือไปรำโนรายังเมือง
พระอัยกา เรื่องเล่าลือถึงพระยาสายฟ้าฟาด ดังนั้นพระองค์จึงไปดูโนรา เห็นว่ากุมารน้อยมีหน้าตาคล้ายพระธิดา จึงสอบถามความจริงว่าเป็นพระราชนัดดา จึงรับสั่งให้เข้าวังและให้อำมาตย์ไปรับนางนวลทองสำลีจากเกาะกะชัง แต่นางไม่ยอมกลับ พระยาสายฟ้าฟาดจึงกำชับให้จับมัดขึ้นเรือพามา ครั้นเรือมาถึงปากน้ำจะเข้าเมือง ก็มีจระเข้ลอยขวางทางไว้ ลูกเรือจึงต้องปราบจระเข้ ครั้นเมื่อนางเข้าเมืองแล้ว พระยาสายฟ้าฟาดได้ทรงจัด
พิธีรับขวัญขึ้น และให้มีการรำโนราในงานนี้โดยประทานเครื่องต้นอันมี เทริด กำไลแขน ปั้นเหน่ง สังวาลพาดเฉียง ๒ ข้าง ปีกนกแอ่นหางหงส์ สนับเพลาฯลฯซึ่งเป็นเครื่องทรงกษัตริย์ให้เป็นเครื่องแต่งตัวโนรา และพระราชทานบรรดาศักดิ์ให้แก่กุมารน้อยเป็น ขุนศรีศรัทธา (พิทยา  บุษรารัตน์,  ๒๕๕๖,  หน้า ๒๓)

จากตำนานกล่าวถึงเทริดโนรา คือหนึ่งในเครื่องต้นที่พระยาสายฟ้าฟาดพระราชทานให้ขุนศรีศรัทธา แสดงว่าเทริดอาจเป็นเครื่องประดับที่ใช้กันในชนชั้นสูงทางภาคใต้ จากตำนานกล่าวถึงการใช้เทริดอย่างไรก็ตามไม่มีหลักฐานบอกได้ว่าแท้จริงแล้วมีลักษณะรูปแบบแรกเริ่มอย่างไร เทริดถือเป็นของสูงที่คณะโนราต้องใช้ในพิธีไหว้ครูหมอในพิธีกรรมโนราโรงครูด้วย (ภาพที่ ๑) ปัจจุบันนักแสดงโนราทั้งชายหญิงส่วนใหญ่จะสวมเทริดในการแสดงเพื่อความสวยงามและทำให้ผู้ชมมองว่าเป็นการแต่งเครื่องครบ (สถาบันวัฒนธรรมศึกษากัลยาณิวัฒนา,  ๒๕๕๘, culture. pn. psu. ac.th) ลักษณะรูปแบบของเทริดโนรา เท่าที่สังเกตได้จากอดีตถึงปัจจุบันพบว่ามี รูปร่างแทบไม่ต่างกันมากนัก ต่างกันเพียงแต่วัสดุ สีสัน การประดับตกแต่งที่เปลี่ยนไปตามสมัยนิยม เช่น การประดับเทริดด้วยเพชรมีหลากสีสัน ระยิบระยับมากขึ้นคล้ายกับเครื่องประดับของลิเกทางภาคกลาง หรือให้มีความแวววาวสะท้อนกับแสงไฟ (ภาพที่ ๒) แต่ก็มีรูปแบบเทริดที่ยังยึดแบบโบราณ ซึ่งเป็นสีทองการประดับไม่ฉูดฉาดมาก เทริดโนราโบราณที่มีหลักฐานจากภาพถ่าย เช่น ภาพถ่ายการแสดงโนราเล่นในงานรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช (ภาพที่๓) ต่อมา มีการถ่ายภาพท่ารำโนราโดยกรมศิลปากร ผู้แสดงท่ารำคือหมื่นระบำบรรเลง (คล้าย พรหมเมศร์) ครูละครโนราจากนครศรีธรรมราช (ภาพที่ ๔) สังเกตจากเทริดพบว่าไม่แตกต่างจากภาพถ่ายเทริดโนราในสมัยก่อนหน้านี้ จากภาพเทริดโนราในอดีตสังเกตได้ถึงรูปร่างเทริดที่มีส่วนประกอบเหมือนกับเทริดที่ใช้ในปัจจุบัน ทำให้ทราบว่าสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวนั้นลักษณะรูปร่างเทริดโนรา คล้ายกับที่ใช้ในปัจจุบัน

ภาพที่ ๑ เทริดโนรา ที่มา: ฐานข้อมูลโบราณวัตถุออนไลน์ สถาบันวัฒนธรรมศึกษา กัลยาณิวัฒนา,  ๒๕๕๘,  culture.pn.psu.ac.
ภาพที่ ๑ เทริดโนรา
ที่มา: ฐานข้อมูลโบราณวัตถุออนไลน์ สถาบันวัฒนธรรมศึกษา
กัลยาณิวัฒนา, ๒๕๕๘, culture.pn.psu.ac.
ภาพที่ ๒ โนราสายทิพย์ พัทลุง สวมเทริดแบบประยุกต์  ที่มา: ภัทรนันท์  เครือแก้ว,  ๒๕๕๗,  [ภาพนิ่ง]
ภาพที่ ๒ โนราสายทิพย์ พัทลุง สวมเทริดแบบประยุกต์
ที่มา: ภัทรนันท์ เครือแก้ว, ๒๕๕๗, [ภาพนิ่ง]
ภาพที่ ๓ โนรา เล่นในงานรับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่มา: สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน เล่ม ๒๓,  ๒๕๔๒,  หน้า ๓๘.
ภาพที่ ๓ โนรา เล่นในงานรับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช
ที่มา: สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน เล่ม ๒๓, ๒๕๔๒, หน้า ๓๘.
ภาพที่ ๔ หมื่นระบำบรรเลง (คล้าย  พรหมเมศร์)  ครูละครโนราจากนครศรีธรรมราช  ที่มา: สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน เล่ม ๒๓,  ๒๕๔๒, หน้า ๕๖.
ภาพที่ ๔ หมื่นระบำบรรเลง (คล้าย พรหมเมศร์)
ครูละครโนราจากนครศรีธรรมราช
ที่มา: สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน เล่ม ๒๓, ๒๕๔๒, หน้า ๕๖.

ต้นแบบของเทริดโนราในศิลปะอยุธยา

สิ่งที่น่าจะนำมาเปรียบเทียบได้กับเทริดโนรา คือ ตัวอย่างงานช่างในสมัยอยุธยาตอนกลาง เพราะเหตุว่า สะท้อนกับข้อสันนิษฐานของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพว่า เปรียบเทียบกับเครื่องทรงเทวดาบานประตูไม้ประดับซุ้มสถูป วัดพระศรีสรรเพชญ (ภาพที่ ๕) การกำหนดอายุคงจะอยู่ในระยะแรกของอยุธยาตอนกลางราวต้นพุทธศตวรรษที่ ๒๑ (สันติ  เล็กสุขุม,  ๒๕๕๐,  หน้า ๑๕๗) รูปแบบของเทริดประกอบด้วยกระบังหน้า
รัดเกล้าทรงกรวยตรงกลางทำเป็นชั้น ด้านข้างเป็นรัดเกล้าชิ้นเล็กๆ สิ่งที่เปรียบเทียบกับเทริดโนราได้คือ รัดเกล้า ครีบด้านข้าง กระบังหน้า  เทวดานี้สามารถเปรียบเทียบได้กับพระพุทธรูปทรงเครื่องน้อยในสมัยเดียวกัน (รุ่งโรจน์  ธรรมรุ่งเรือง, ๒๕๕๓,  หน้า ๑๔๑) ตัวอย่างพระพุทธรูปทรงเครื่องน้อย ที่เทียบกับเทริดโนรา คือ พระพุทธรูปทรงเครื่อง ปางห้ามสมุทร พุทธศตวรรษที่ ๒๑ – ๒๒ (ภาพที่ ๖) เมื่อพิจารณาส่วนของเทริด ในส่วนของยอดรัดเกล้ามีการประดิษฐ์เพิ่มขึ้นด้วยการเพิ่มลวดลายลงไป ในจุดนี้พบว่ามีความใกล้เคียงกับยอดเทริดโนรา ทั้งกระบังหน้าที่สวมครอบลงไป ขอบกระบังหน้าต่อด้วยลายกระจัง และครีบด้านข้างที่โผล่ออกมา สามจุดนี้ มีแนวโน้มที่จะคล้ายเทริดโนรามากขึ้น

นอกจากนี้ยังเทียบกับพระพุทธรูปทรงเครื่องน้อยพบในพระอุระพระพุทธรูปมงคลบพิตรอายุราวพุทธศตวรรษที่ ๒๑ – ๒๒ (สันติ  เล็กสุขุม,  ๒๕๕๒,  หน้า ๑๖๘) (ภาพที่ ๗) ซึ่งจุดที่เทียบได้คือรัดเกล้าทรงกรวยและกระบังหน้าที่มีครีบด้านออกข้างคล้ายกับเทริดโนรา เช่นเดียวกัน

ต่อมาพระพุทธรูปทรงเครื่องในสมัยอยุธยาตอนปลายมีการพัฒนารูปแบบอีกครั้งหนึ่ง คือพระพุทธรูปทรงเครื่องต้นอย่างพระมหาจักรพรรดิพัฒนามาจากพระพุทธรูปทรงเครื่องน้อยที่นิยมสร้างในสมัยอยุธยาตอนกลาง โดยมีการเพิ่มเครื่องทรงให้มากกว่าเดิม แต่เดิมมักเรียกว่า พระพุทธรูปทรงเครื่องอย่างใหญ่ เพื่อให้ต่างจากพระพุทธรูปทรงเครื่องน้อย ลักษณะการทรงเครื่องประกอบด้วย มงกุฎทรงสูง (พระมหามงกุฎ) มีเทริดด้านหน้า ประดับกรรเจียกจร กุณฑลซึ่งมีรูปแบบสำคัญคือปลายงอนออกอย่างมากต่างจากสมัยก่อนหน้าที่มักห้อยตรงลงมา (ศักดิ์ชัย  สายสิงห์,  ๒๕๕๔,  หน้า ๓๐๕) ตัวอย่างที่สำคัญคือพระพุทธรูปทรงเครื่องอย่างใหญ่ พระพุทธนิมิตวิชิตมารโมลีศรีสรรเพชญบรมไตรโลกนาถ ปางมารวิชัยประดิษฐานภายในพระอุโบสถวัดหน้าพระเมรุ (ภาพที่ ๘) ส่วนประกอบของมงกุฎนี้เทียบกับเทริดโนราได้คือ ส่วนยอดที่ประดิษฐ์เป็นชั้นแล้วย่อเล็กลงจนถึงยอด กระบังหน้ามีขอบลายกระจังชิ้นใหญ่ที่คล้ายกัน และกรรเจียกจอนที่มีลักษณะเป็นครีบอยู่ ต่างจากเทริดโนราที่เป็นครีบออกมาเหมือนพระพุทธรูปทรงเครื่องน้อยในสมัยก่อนหน้านี้ มีจุดที่สังเกตคือ เทริดโนราเป็นการสวมเครื่องทรงศีรษะชั้นเดียว ไม่แยกระหว่างกระบังหน้ากับรัดเกล้า ซึ่งเป็นระบบเดียวกับศิราภรณ์สมัยอยุธยาตอนปลาย เป็นทรงที่แหลมขึ้นไปไม่ใช่ทรงกรวยเตี้ย ดังนั้นเทริดโนราจึงอาจพัฒนาจากศิราภรณ์ในสมัยกลางอยุธยา โดยเฉพาะครีบที่ยื่นออกมา ส่วนการสวมนั้นคงจะยึดระบบตามอยุธยาตอนปลายที่มีการรวมกระบังหน้า เครื่องยอดที่เพรียวแหลมกว่าเดิม

ภาพที่ ๕ เทวดาบานประตูไม้ประดับซุ้มพระสถูปวัดพระศรีสรรเพชญ เปรียบเทียบกับเทริดโนรา ที่มา: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา พระนครศรีอยุธยา
ภาพที่ ๕ เทวดาบานประตูไม้ประดับซุ้มพระสถูปวัดพระศรีสรรเพชญ เปรียบเทียบกับเทริดโนรา
ที่มา: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา พระนครศรีอยุธยา
ภาพที่ ๖ พระพุทธรูปทรงเครื่อง ปางห้ามสมุทร พุทธศตวรรษที่ ๒๑ – ๒๒ เปรียบเทียบกับเทริดโนรา ที่มา: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา พระนครศรีอยุธยา
ภาพที่ ๖ พระพุทธรูปทรงเครื่อง ปางห้ามสมุทร พุทธศตวรรษที่ ๒๑ – ๒๒ เปรียบเทียบกับเทริดโนรา
ที่มา: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา พระนครศรีอยุธยา
ภาพที่ ๗ พระพุทธรูปทรงเครื่องน้อยพบในพระอุระพระพุทธรูปมงคลบพิตร พุทธศตวรรษที่ ๒๑ – ๒๒ เปรียบเทียบกับเทริดโนรา ที่มา: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา พระนครศรีอยุธยา
ภาพที่ ๗ พระพุทธรูปทรงเครื่องน้อยพบในพระอุระพระพุทธรูปมงคลบพิตร พุทธศตวรรษที่ ๒๑ – ๒๒ เปรียบเทียบกับเทริดโนรา
ที่มา: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา พระนครศรีอยุธยา
ภาพที่ ๘ พระพุทธนิมิตวิชิตมารโมลีศรีสรรเพชญบรมไตรโลกนาถ วัดหน้าพระเมรุ พระนครศรีอยุธยา ที่มา: ศศิวิมล วอนแม้น,  ๒๕๕๖,  [ภาพถ่าย].
ภาพที่ ๘ พระพุทธนิมิตวิชิตมารโมลีศรีสรรเพชญบรมไตรโลกนาถ วัดหน้าพระเมรุ พระนครศรีอยุธยา
ที่มา: ศศิวิมล วอนแม้น, ๒๕๕๖, [ภาพถ่าย].

ต้นแบบของเทริดโนราในศิลปะอยุธยาดินแดนภาคใต้

ศิลปะอยุธยาย่อมมีการแผ่อิทธิพลลงไปยังภูมิภาคทางใต้ด้วย ศิลปะอยุธยาเกี่ยวกับโนรานั้น สิ่งที่เป็นหลักฐาน คือ จิตรกรรมฝาผนังวัดเกาะแก้วสุทธาราม เพชรบุรี ในงานถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า อายุการสร้างวัดเกาะแก้วสุทธาราม ระบุบนจิตรกรรมฝาผนัง คือ ปี พ.ศ. ๒๒๗๗ ตรงกับสมัยอยุธยาตอนปลาย รัชกาลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ (สันติ  เล็กสุขุม,  ๒๕๕๓, หน้า ๓๘๑) (ภาพที่ ๙) แสดงให้เห็นว่า สมัยอยุธยาตอนปลาย คงจะรู้จักกันแล้วว่านี่คือ โนรา เพราะจากเครื่องทรงที่ไม่สวมเสื้อ ท่อนล่างเหมือนสวมสนับเพลา สวมเล็บยาว เครื่องศิราภรณ์น่าจะเป็นเทริด ท่ารำเหมือนท่าจับระบำของโนรา (ภัทรนันท์  เครือแก้ว,  ๒๕๕๘,  ๑๐ กรกฎาคม.)  อาจเป็นไปได้ว่า โนรา คงจะแสดงในสมัยอยุธยาหรือไม่ เพราะ การแสดงในงานพระเมรุนั้นย่อมต้องคัดเลือกการแสดงที่สำคัญเพราะเป็นพิธีกรรมของบุคคลชั้นสูง ดังนั้นโนราคงเกิดขึ้นแล้วในอยุธยาตอนปลายเป็นอย่างน้อย การประดับเทริดโนรา คงมีแนวคิดในการประดิษฐ์จากเครื่องศิราภรณ์จากตัวอย่างพระพุทธรูปทรงเครื่องจากสมัยกลางถึงปลายก็เป็นได้ ส่วนจิตรกรรมเทวดาบานประตูพระอุโบสถวัดใหญ่สุวรรณาราม เพชรบุรี (ภาพที่ ๑๐) รูปแบบเครื่องศิราภรณ์ ทั่วไปเป็นชฎายอดแหลม มีกรรเจียกลายกระหนก แต่กระบังหน้าและด้านข้างยังทำเป็นโครงของเทริดอยู่ แสดงว่า งานช่างเพชรบุรีสมัยอยุธยาตอนปลายอาจสัมพันธ์กันในด้านรูปแบบของเทริดโนราเหลืออยู่บ้าง ซึ่งคงเป็นรอยต่อระหว่างเทริดที่กำลังพัฒนากลายเป็นชฎายอดแหลมเช่นเดียวกับพระพุทธรูปทรงเครื่องอย่างใหญ่ที่วัดหน้าพระเมรุ

อย่างไรก็ตาม เมืองนครศรีธรรมราชนั้นก็มีงานศิลปกรรมสมัยอยุธยาด้วยเช่นกัน ตัวอย่างของพระพุทธรูปสมัยอยุธยาตอนกลางที่เทียบรูปแบบกับเทริดโนรา คือ พระพุทธรูปที่อยู่ในซุ้มเรือนแก้วอายุราว พุทธศตวรรษ ๒๑ – ๒๒ คือพระพุทธรูปทรงเครื่องน้อย ศิลปะอยุธยา บริเวณวิหารทับเกษตรวัดพระบรมธาตุ เมืองนครศรีธรรมราช จึงเป็นงานที่ต่อเติมในสมัยอยุธยา (ประภัสสร์ ชูวิเชียร, ๒๕๕๓,)  สิ่งที่คล้ายกับเทริดโนราคือ รัดเกล้า กระบังหน้ามีครีบออกด้านข้าง ขอบมีลายกระจัง (ภาพที่ ๑๑) และพระพวย ประดิษฐานภายในระเบียงคด วัดพระบรมธาตุ เป็นพระพุทธรูปยืนปางประธานอภัยด้วยพระหัตถ์ขวา (ปางห้ามญาติ) ทรงเครื่องน้อย ประกอบด้วยมงกุฎที่มีเทริดและยอดเป็นปล้องๆ และลวดลายบนเทริดนี้จัดเป็นศิลปะสมัยอยุธยาอย่างแท้จริง อายุราวปลาย พุทธศตวรรษที่ ๒๑ – กลางพุทธศตวรรษที่ ๒๒ (ศักดิ์ชัย สายสิงห์, ๒๕๕๔,  หน้า ๓๑๐) (ภาพที่ ๑๒)

แสดงว่ากรุงศรีอยุธยาย่อมมีความสัมพันธ์ทางด้านงานช่างต่อเมืองนครศรีธรรมราชที่เป็นหัวเมืองสำคัญเมืองหนึ่งของปักษ์ใต้ เพราะมีหลักฐานสนับสนุนเป็นตำราเกี่ยวกับคำไหว้ครูของละครโนราชาตรี ที่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงกล่าวไว้เมื่อครั้งที่เสด็จไปทอดพระเนตรโนราชาตรีที่นครศรีธรรมราช ซึ่งมีต้นความปรากฏว่า เดิมพระเทพสิงหรบุตรพระนางศรีคงคา หัดละครที่ในกรุงศรีอยุธยา ขุนศรีศรัทธาเป็นตัวละครของพระเทพสิงหร ได้พาแบบแผนละครลงไปหัดขึ้นในเมืองนครศรีธรรมราชเป็นปฐม จึงได้เล่นละครกันสืบมา พวกละครโนราชาตรียังออกชื่อบูชาพระนางศรีคงคา  พระเทพสิงหร และขุนศรีศรัทธาในคำไหว้ครู ซึ่งกล่าวได้ว่า ละครโนราชาตรีได้แบบแผนไปจากกรุงศรีอยุธยามีหลักฐานในคำไหว้ครูซึ่งวาด้วยเพลงรำเป็นกลอนว่า (ดำรงราชานุภาพ, สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยา,  ๒๕๔๖,  หน้า ๒๒๓ – ๒๒๔)

ครูเอยครูสอน
สอนไว้ให้รำสิบสองท่า
พ่อขุนศรีศรัทธา
สอนให้รำท่าต่างกัน

จากเอกสารตำรารำดังกล่าวอาจสันนิษฐานได้ว่ากรุงศรีอยุธยาน่าจะมีการแลกเปลี่ยนติดต่อกับทางภาคใต้เกี่ยวกับโนราชาตรี หรือโนราในแง่ของเครื่องแต่งกายอย่างเทริดซึ่งอาจได้รับรูปแบบทางศิลปกรรมจากกรุงศรีอยุธยาด้วย ส่วนงานช่างที่น่าเชื่อว่าเป็นแบบท้องถิ่นที่มีส่วนคล้ายกับเทริดโนรา คือ พระพุทธรูปทรงเครื่องประทับยืน ปางประทานอภัยสองพระหัตถ์หรือปางห้ามสมุทร ศิราภรณ์ทรงคล้ายเทริดโนรา อายุสมัยราวพุทธศตวรรษที่ ๒๒ – ๒๔ (มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๕๘, www.archae.su.ac.th) (ภาพที่ ๑๓) อายุของพระพุทธรูปองค์นี้อาจสร้างในช่วงปลายอยุธยา เพราะลักษณะเทริดประดิษฐ์มากขึ้นต่างจากสมัยกลางอยุธยา ช่างในเมืองนครศรีธรรมราชอาจมีการผสมผสานระหว่างงานช่างอยุธยากับงานช่างของท้องถิ่นไว้ด้วยกัน กล่าวคือน่าจะได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องทรงกษัตริย์ คือเทริด และสิ่งที่ใกล้เคียงในการสร้างคงจะเป็นเทริดโนรา เพราะว่าพระพุทธรูปทรงเครื่องในภาคใต้ที่มีอายุร่วมสมัยกับอยุธยาตอนปลายบางส่วนมีการสวมเทริดเหมือนกับโนรามากกว่าที่นครศรีธรรมราช เช่น ที่พัทลุง และตรัง เป็นไปได้ว่าช่างเหล่านี้ใช้เทริดโนราที่มีอยู่ในสมัยนั้นมาเป็นต้นแบบซึ่งสืบต่อมาจากศิลปะอยุธยาตอนปลาย อาจรับรูปแบบเมืองจากนครศรีธรรมราชจนถึงการออกแบบให้เข้ากับวัฒนธรรมในท้องถิ่นของตน ทั้งรายละเอียดของวัสดุ รูปแบบ คือ ลักษณะของเทริดคล้ายชฎาทรงเตี้ย มีกระบังหน้า บนเพดานเทริดมีกระจังค่อนข้างใหญ่ประมาณสามชั้น ยอดเป็นปล้องๆค่อนข้างแหลม ตกแต่งด้วยการลงรักปิดทอง เทริดมี ๒ ประเภทใหญ่ๆ คือ แบบสานด้วยไม้ไผ่ลงรักปิดทองและขุดจากไม้ทองหลางทั้งอันแล้วลงรักปิดทอง ลงสีให้สวยงาม มีด้ายมงคลคล้อง ตัวยอดถอดเก็บได้ (สถาบันวัฒนธรรมศึกษากัลยาณิวัฒนา,  ๒๕๕๘, culture.pn.psu.ac.th)

รูปแบบเทริดโนราจึงเกิดการผสมผสานระหว่างงานช่างจากส่วนกลางถึงท้องถิ่นจนเป็นเอกลักษณ์ของตนในที่สุด ตัวอย่างเช่น พระพุทธรูปทรงเครื่องอย่างใหญ่วัดท่าสำเภาเหนือ ตำบลชัยบุรี พัทลุง (ภาพที่ ๑๔) พระพุทธรูปทรงเครื่องอย่างใหญ่ วัดถ้ำพระพุทธ ตรัง (ภาพที่ ๑๕)

ภาพที่ ๙ จิตรกรรมการแสดงโนราในงานถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า  วัดเกาะแก้วสุทธาราม เพชรบุรี ที่มา: เรือนไทย ชมรมอนุรักษ์ภาพจิตรกรรมไทย,  ๒๕๕๘,   www.reurnthai.com/index.php? topic=31114.60.
ภาพที่ ๙ จิตรกรรมการแสดงโนราในงานถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า
วัดเกาะแก้วสุทธาราม เพชรบุรี
ที่มา: เรือนไทย ชมรมอนุรักษ์ภาพจิตรกรรมไทย, ๒๕๕๘,
www.reurnthai.com/index.php? topic=31114.60.
ภาพที่ ๑๐ จิตรกรรมเทวดาบานประตูพระอุโบสถวัดใหญ่สุวรรณาราม เพชรบุรี เปรียบเทียบกับเทริดโนรา ที่มา: วรพัทธ์  ภควงศ์,  ๒๕๕๔,  [ภาพถ่าย].
ภาพที่ ๑๐ จิตรกรรมเทวดาบานประตูพระอุโบสถวัดใหญ่สุวรรณาราม เพชรบุรี เปรียบเทียบกับเทริดโนรา
ที่มา: วรพัทธ์ ภควงศ์, ๒๕๕๔, [ภาพถ่าย].
ภาพที่ ๑๑ พระพวย ประดิษฐานภายในระเบียงคด  วัดพระบรมธาตุ นครศรีธรรมราช  ต้นพุทธศตวรรษที่ ๒๑ – กลางพุทธศตวรรษที่  ๒๒
ภาพที่ ๑๑ พระพวย ประดิษฐานภายในระเบียงคด
วัดพระบรมธาตุ นครศรีธรรมราช
ต้นพุทธศตวรรษที่ ๒๑ – กลางพุทธศตวรรษที่ ๒๒
ภาพที่ ๑๒ พระพุทธรูปทรงเครื่องน้อย  บริเวณวิหารทับเกษตร วัดพระบรมธาตุ นครศรีธรรมราช  พุทธศตวรรษ ๒๑ – ๒๒
ภาพที่ ๑๒ พระพุทธรูปทรงเครื่องน้อย
บริเวณวิหารทับเกษตร วัดพระบรมธาตุ นครศรีธรรมราช
พุทธศตวรรษ ๒๑ – ๒๒
ภาพที่ ๑๓ พระพุทธรูปทรงเครื่องอย่างใหญ่ ปางประทานอภัย วัดหน้าพระลาน นครศรีธรรมราช พุทธศตวรรษที่ ๒๓ ที่มา:  พิริยะ  ไกรฤกษ์,  ๒๕๕๑,  www.laksanathai.com/book1/p433.aspx.
ภาพที่ ๑๓ พระพุทธรูปทรงเครื่องอย่างใหญ่ ปางประทานอภัย วัดหน้าพระลาน นครศรีธรรมราช พุทธศตวรรษที่ ๒๓
ที่มา: พิริยะ ไกรฤกษ์, ๒๕๕๑, www.laksanathai.com/book1/p433.aspx.
ภาพที่ ๑๔ พระพุทธรูปทรงเครื่องอย่างใหญ่  วัดท่าสำเภาเหนือ ตำบลชัยบุรีพัทลุง กลางพุทธศตวรรษที่ ๒๓ ที่มา: พิริยะ  ไกรฤกษ์, ๒๕๕๑,   www.laksanathai .com/book1/p381.aspx.
ภาพที่ ๑๔ พระพุทธรูปทรงเครื่องอย่างใหญ่ วัดท่าสำเภาเหนือ ตำบลชัยบุรีพัทลุง กลางพุทธศตวรรษที่ ๒๓
ที่มา: พิริยะ ไกรฤกษ์, ๒๕๕๑,
www.laksanathai .com/book1/p381.aspx.
ภาพที่ ๑๕ พระพุทธรูปทรงเครื่องอย่างใหญ่ วัดถ้ำพระพุทธ อำเภอรัษฎา ตรัง ปลายพุทธศตวรรษที่ ๒๓ ที่มา: พิริยะ  ไกรฤกษ์,  ๒๕๕๑,   www.laksanathai .com/book1/p381.aspx.
ภาพที่ ๑๕ พระพุทธรูปทรงเครื่องอย่างใหญ่ วัดถ้ำพระพุทธ อำเภอรัษฎา ตรัง ปลายพุทธศตวรรษที่ ๒๓
ที่มา: พิริยะ ไกรฤกษ์, ๒๕๕๑,
www.laksanathai .com/book1/p381.aspx.
ภาพที่ ๑๖ ศิลปะนิพนธ์ ชุดผันหน้าชมพระอาทิตย์ วิชาเอกโนรา  คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ ที่มา: ขวัญชนก  เครือแก้ว,  ๒๕๕๘,  www.facebook.com/kwanchanok.krueakaew.
ภาพที่ ๑๖ ศิลปะนิพนธ์ ชุดผันหน้าชมพระอาทิตย์ วิชาเอกโนรา
คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ
ที่มา: ขวัญชนก เครือแก้ว, ๒๕๕๘, www.facebook.com/kwanchanok.krueakaew.

บทสรุป

เทริดโนรามีการใช้ในภาคใต้ซึ่งปรากฏอยู่ในตำนานโนรา คือเครื่องทรงกษัตริย์ที่พระยาสายฟ้าฟาดพระราชทานให้เป็นเครื่องแต่งตัวให้ขุนศรีศรัทธา ส่วนรูปแบบทางศิลปกรรมอาจได้รับอิทธิพลจากสมัยอยุธยาตอนกลางถึงปลาย ซึ่งสรุปรูปแบบศิราภรณ์ในสมัยอยุธยาตอนกลางประกอบด้วยกระบังหน้าขอบลายกระจัง มีครีบที่หู รัดเกล้าทรงกรวย เป็นลักษณะของพระพุทธรูปทรงเครื่องน้อย สิ่งที่คล้ายเทริดโนรา
คือ ครีบที่หูกระบังหน้าขอบลายกระจัง และรัดเกล้าทรงกรวย ต่อมามีการพัฒนารูปแบบศิราภรณ์สมัยในอยุธยาตอนปลาย ประกอบด้วยกระบังหน้าขอบลายกระจัง ส่วนยอดจะเพรียวสูงขึ้นและมีการทำให้กระบังหน้ากับยอดสวมติดเป็นศิราภรณ์ชั้นเดียวไม่แยกระหว่างรัดเกล้าและกระบังหน้า ครีบที่หูเริ่มพัฒนาเป็นกรรเจียก สิ่งที่คล้ายเทริดโนรา คือ กระบังหน้าขอบลายกระจัง และส่วนยอดที่เพรียวขึ้นแต่ครีบที่หูของโนรายังคล้ายสมัยอยุธยาตอนกลาง ส่วนหลักฐานสนับสนุนจากตำนานโนราชาตรีของกรุงศรีอยุธยาได้กล่าวถึงในบทไหว้ครูที่ยังออกชื่อบูชาพระนางศรีคงคา  พระเทพสิงหร และขุนศรีศรัทธาในคำไหว้ครู ซึ่งกล่าวได้ว่า ละครโนราชาตรีได้แบบแผนไปจากกรุงศรีอยุธยา อาจมีผลต่อรูปแบบเทริดโนราที่อาจได้รับรูปแบบศิลปกรรมอยุธยาด้วย หลักฐานที่อาจบ่งบอกว่าโนราได้เกิดขึ้นแล้วในสมัยอยุธยา คือจิตรกรรมฝาผนังวัดเกาะแก้วสุทธาราม เพชรบุรี ในงานถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้าตรงกับสมัยอยุธยาตอนปลาย  ส่วนในภาคใต้แบบอย่างพระพุทธรูปทรงเครื่องปรากฏใน วัดพระบรมธาตุ นครศรีธรรมราช เหมือนที่พระนครศรีอยุธยา คือ มีตัวอย่างพระพุทธรูปทรงเครื่องน้อยในศิลปะอยุธยา พระพุทธรูปทรงเครื่องอย่างใหญ่วัดอื่นๆในนครศรีธรรมราชอย่าง วัดหน้าพระลาน หรือ พัทลุง และตรัง แม้ได้รับอิทธิพลการสร้างพระพุทธรูปทรงเครื่องอย่างใหญ่จากอยุธยาแต่มีความชัดเจนของศิลปะในท้องถิ่นโดย ซึ่งรูปแบบเทริดโนรามีการผสมผสานตั้งแต่รูปทรงที่กว้างของเทริด ครีบที่หูที่อาจมีต้นเค้าจากพระพุทธรูปทรงเครื่องน้อยสมัยอยุธยาตอนกลาง ส่วนกระบังหน้าและยอดเทริดที่มีการต่อกันเป็นศิราภรณ์สวมชั้นเดียวนั้นคงได้รับรูปแบบศิราภรณ์จากสมัยอยุธยาตอนปลายที่ดัดแปลงจากช่างในท้องถิ่น เทริดคือกระบังหน้า (ลักษณะเครื่องทรงในศิลปะเขมร) มี ๒ ส่วนคือ เทริดและมงกุฎ ต่อมาพัฒนาเป็นชิ้นเดียวกันและเรียกรวมว่ามงกุฎ สมัยอยุธยาตอนกลางลักษณะมงกุฎ พัฒนามาจากกรัณฑมงกุฎในศิลปะลังกา (สุโขทัยและล้านนา) อยุธยาตอนปลายจะเป็นมงกุฎทรงสูง (มหาพิชัยมงกุฎ) แล้ว เทริดโนรา น่าจะพัฒนามาจากมหาพิชัยมงกุฎแล้ว และลดรูปส่วนยอดลง เมื่อพิจารณาจากรูปแบบงานศิลปกรรมอยุธยาแล้วเทริดโนราอาจมีอายุอยู่ในช่วงอยุธยาตอนปลายร่วมสมัยกับระบบศิราภรณ์ในสมัยอยุธยาตอนปลาย แต่คงจะมีเค้าโครงจากสมัยอยุธยาตอนกลางมาก่อน การประดิษฐ์เทริดมีลักษณะท้องถิ่นเข้าไปเป็นรูปแบบของตนเองทั้งรายละเอียดของวัสดุและสีสัน จากหลักฐานภาพถ่ายโนราสมัยรัชกาลที่ ๕ คงจะสืบต่อเรื่อยมา ต่อมามีการปรับเปลี่ยนวัสดุ สีสันเปลี่ยนไปแต่รูปร่างโดยรวมยังเหมือนเดิม (ภาพที่ ๑๖) จนรูปแบบสืบต่อจนเรื่อยมาถึงปัจจุบัน

บรรณานุกรม

ขวัญชนก  เครือแก้ว. (๒๕๕๘).   ศิลปะนิพนธ์ ชุดผันหน้าชมพระอาทิตย์ วิชาเอกโนรา คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ.  ค้นเมื่อ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๖,  จาก www.facebook.com/kwanchanok.krueakaew.

ณรงค์ชัย  ปิฎกรัชต์.  (๒๕๕๗).  โนราศิลปะมรดกภูมิไทย.  วัฒนธรรม,  ๕๓(๑),  ๑๒.

ดำรงราชานุภาพ, สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยา.  (๒๕๔๖).  ละครฟ้อนรำ ประชุมเรื่องละคร ฟ้อนรำกับระบำรำเต้น
ตำราฟ้อนรำ ตำนานเรื่องละครอิเหนา ตำนานละครดึกดำบรรพ์. 
กรุงเทพฯ:  สำนักพิมพ์มติชน.

ประภัสสร์  ชูวิเชียร.  (๒๕๕๓).  พระบรมธาตุเจดีย์ นครศรีธรรมราช มหาสถูปแห่งคาบสมุทรภาคใต้.  กรุงเทพฯ: เมืองโบราณ.

พิริยะ  ไกรฤกษ์.  (๒๕๕๑).  ลักษณะไทย ๑ พระพุทธอัตลักษณ์พุทธศิลป์ไทย.  ค้นเมื่อ ๔ พฤษภาคม ๒๕๕๘,
จาก www.laksanathai .com/book1

พิทยา  บุษรารัตน์.  (๒๕๕๖).  โนรา ฉบับสถาบันทักษิณคดีศึกษา.  สงขลา:  สถาบันทักษิณคดีศึกษามหาวิทยาลัยทักษิณ.

ฐานข้อมูลโบราณวัตถุออนไลน์ สถาบันวัฒนธรรมศึกษากัลยาณิวัฒนา.  (๒๕๕๘).  เทริดโนรา.  ค้นเมื่อ ๗ พฤษภาคม ๒๕๕๘,
จาก culture.pn.psu.ac.th/ antiquePGICT_ antique.detail.php?aid =43.

รุ่งโรจน์  ธรรมรุ่งเรือง.  (๒๕๕๓).  พระพุทธปฏิมาสยาม.  กรุงเทพฯ: มิวเซียมเพรส.

รัฐกานต์  ณ พัทลุง.  (๒๕๕๔).  พัฒนาการของโนราภายใต้นโยบายทางวัฒนธรรมของรัฐไทย พ.ศ. ๒๔๘๕ – ๒๕๓๐.  กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

เรือนไทย ชมรมอนุรักษ์ภาพจิตรกรรมไทย.  (๒๕๕๘).  จิตรกรรมการแสดงโนราในงานถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า วัดเกาะแก้ว
สุทธาราม เพชรบุรี.
  ค้นเมื่อ ๕ เมษายน ๒๕๕๘,  จาก www.reurnthai.com/index.php?topic=31114.60.

สถาบันวัฒนธรรมศึกษากัลยานิวัฒนา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ฐานข้อมูลโบราณวัตถุออนไลน์.  (๒๕๔๘).  พระพุทธรูปทรงเครื่อง วัดหน้าพระลาน นครศรีธรรมราช.  ค้นเมื่อ ๑๑ เมษายน ๒๕๕๘,  จาก www.archae.su.ac.th.

สันติ  เล็กสุขุม.  (๒๕๕๐).  ศิลปะอยุธยา : งานช่างหลวงแห่งแผ่นดิน.  (พิมพ์ครั้งที่ ๓).  กรุงเทพฯ: เมืองโบราณ.

________. (๒๕๕๒).  ประวัติศาสตร์ศิลปะไทย (ฉบับย่อ) : การเริ่มต้นและการสืบเนื่องงานช่างในศาสนา.  (พิมพ์ครั้งที่ ๔).  กรุงเทพฯ:  เมืองโบราณ.

________.  (๒๕๕๓).  พัฒนาการของลายไทย :  กระหนกกับเอกลักษณ์ไทย.  กรุงเทพฯ:  เมืองโบราณ.

ศักดิ์ชัย  สายสิงห์.  (๒๕๕๔).  พระพุทธรูปสำคัญและพุทธศิลป์ในดินแดนไทย.  กรุงเทพฯ:  เมืองโบราณ.

ศูนย์ศึกษาศิลปกรรมโบราณในเอเชียอาคเนคย์ ฐานข้อมูลโบราณสถานสำคัญในภาคใต้ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร.  (๒๕๕๘).  พระพุทธรูปทรงเครื่อง วัดหน้าพระลาน นครศรีธรรมราช.  ค้นเมื่อ ๑๙ เมษายน ๒๕๕๘,  จาก www.archae.su.ac.th/art_in_south/index.php/ map/catagories/nakornsrithammarat/item/110-wat-napralan-0002.html.

ภาพนิ่ง

จิตรกรรมเทวดาบานประตูพระอุโบสถวัดใหญ่สุวรรณาราม เพชรบุรี.  (๒๕๕๔).  [ภาพนิ่ง].  เพชรบุรี: วรพัทธ์  ภควงศ์.

เทวดาบานประตูไม้ประดับซุ้มพระสถูปวัดพระศรีสรรเพชญ.  (๒๕๕๔).  [ภาพนิ่ง].  พระนครศรีอยุธยา: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา พระนครศรีอยุธยา.

โนราสายทิพย์ พัทลุง.  (๒๕๕๗).  [ภาพนิ่ง].  ภัทรนันท์  เครือแก้ว.

พระพุทธนิมิตวิชิตมารโมลีศรีสรรเพชญบรมไตรโลกนาถ วัดหน้าพระเมรุ.  (๒๕๕๖).  [ภาพนิ่ง].  พระนครศรีอยุธยา: ศศิวิมล  วอนแม้น.

พระพุทธรูปทรงเครื่อง ปางห้ามสมุทร พุทธศตวรรษที่ ๒๑ – ๒๒.  (๒๕๕๗).  [ภาพนิ่ง].  พระนครศรีอยุธยา: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา พระนครศรีอยุธยา.


วารสารวิชาการอยุธยาศึกษาออนไลน์

บทความนี้ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการอยุธยาศึกษา ปีที่ ๗ ฉบับที่ ๒ / ๒๕๕๘ อ่านฉบับเต็มได้ที่ https://goo.gl/RBA2ac

COMMENTS

  • Jame

    หาก โนรา เป็นศิลปะชั้นสูงในสมัยอยุธยาตอนกลาง ทำไม โนรา จึงไม่มีสืบทอดอยู่ในราชสำนักกรุงศรีอยุธยา แผ่นดินภาคกลาง แต่กลับสืบทอดอยู่ในภาคใต้ ตามคำกล่าวอ้าง โนรา เกิดขึ้นในราชสำนักภาคใต้ ทำไมเครื่องต้นกษัตริย์ในสมัยอยุธยาที่ตกทอดมาจนถึงกรุงรัตนโกสินจึงไม่เหมือนกับเครื่องทรงของ โนรา หากท่านว่า โนรา เกิดขึ้นในราชสำนักกรุงศรี ศิลปะชั้นสูงในราชสำนักย่อมไม่สูญหายไปในถิ่นเกิด แต่นี่ในปัจจุบันกลับไม่มี โนรา ในราชสำนักกรุงอยุธยา หรือกรุงรัตนโกสิน แล้วจะให้เชื่อได้อย่างไร ว่า โนรา เกิดในราชสำนักอยุธยาตอนกลาง แล้วทำไมราชสำนักอยุธยานำเอาโขน ซึ้งเป็นการแสดงของต่างประเทศมาประยุกต์ให้เป็นศิลปะชั้นสูงในราชสำนักอยุธยา หากท่านกล่าวอ้างว่า โนรา เกิดในราชสำนักอยุธยา ราชสำนักทางใต้หามีคนดีมีฝีมือเลยหรือ จึงต้องรับวัฒนธรรมราชสำนักอยุธยามาทุกอย่างเลยหรือ ท่านไม่มองในแง่ที่ว่าทางราชสำนักอยุธยาจะรับเอาวัฒนาธรรมในราชสำนักทางใต้เข้าไปในดินแดนบ้างหรือ อาธิ เครื่องถมก็เกิดในราชสำนักทางใต้มิใช้หรือ

Leave a Comment

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติ HTML เหล่านี้ได้: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>