กระบวนการรื้อฟื้นประเพณีแห่พระพุทธเกษรทางน้ำ วัดกระโดงทอง และผลต่อบริบทการอยู่อาศัยของชุมชนริมน้ำ

บทความวิชาการ สาขาการจัดการมรดกทางวัฒนธรรม

กระบวนการรื้อฟื้นประเพณีแห่พระพุทธเกษรทางน้ำ วัดกระโดงทอง และผลต่อบริบทการอยู่อาศัยของชุมชนริมน้ำ

The Revitalization of the Aquatic Phra Buddha Kesorn Procession Ceremony, Kradong Thong Temple and its Effects on Waterfront Community

ดร. เทิดศักดิ์ เตชะกิจขจร / TERDSAK TACHAKITKACHORN, Ph.D.
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ภาควิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์
คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เสฎฐวุฒิ บำรุงกุล / SETTAWUT BAMRUNGKHUL
มูลนิธิสร้างฐานถิ่น

บทคัดย่อ

ประเพณีแห่พระพุทธเกษรทางน้ำเป็นประเพณีท้องถิ่นดั้งเดิมภายในพื้นที่อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างบริบทการอยู่อาศัยกับลักษณะภูมิสังคมที่เป็นสังคมลุ่มน้ำได้อย่างเด่นชัด อย่างไรก็ตามระยะเวลา ๓๐ปีที่ผ่านมาประเพณีดังกล่าวได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการแห่จากการแห่ทางน้ำเป็นการแห่ทางถนน บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงให้เห็นถึงกระบวนการรื้อฟื้นประเพณีแห่พระพุทธเกษรทางน้ำของวัดกระโดงทอง และผลที่เกิดขึ้นต่อบริบทการอยู่อาศัยของชุมชนริมน้ำจากการรื้อฟื้นประเพณีดังกล่าว โดยในการเก็บข้อมูลผู้วิจัยใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก และวิธีการสังเกตการณ์อย่างมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ของกระบวนการรื้อฟื้น

กระบวนการรื้อฟื้นประเพณีแห่พระพุทธเกษรทางน้ำเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นจากความศรัทธาของคนในชุมชนที่มีต่อองค์พระพุทธเกษร โดยประกอบด้วยขั้นตอนในการรื้อฟื้นทั้งหมด ๔ ขั้นตอนได้แก่ (๑) กระบวนการสร้างความตระหนักรู้ (๒) กระบวนการการรวมกลุ่มของชุมชน (๓) กระบวนการวางแผนและจัดเตรียม และ (๔) กระบวนการรื้อฟื้นประเพณีแห่พระพุทธเกษรทางน้ำ ทั้งนี้การรื้อฟื้นประเพณีแห่พระพุทธเกษรทางน้ำถือเป็นงานประเพณีที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือร่วมใจกันของคนภายในพื้นที่ภายใต้การสนับสนุนของสถาบันการศึกษาและองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านโพธิ์ โดยสามารถจำแนกผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการรื้อฟื้นได้เป็น ๓ กลุ่มคือ กลุ่มของวัด  กลุ่มองค์กรและสถาบันทางการศึกษาภายนอก และกลุ่มประชาชน ซึ่งเมื่อพิจารณากลุ่มคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องร่วมกับขั้นตอนในการรื้อฟื้นจะพบว่ากลุ่มคนที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนและรื้อฟื้นงานประเพณีดังกล่าวมากที่สุดคือ กลุ่มประชาชน ในขณะที่วัดและกลุ่มองค์กรสถาบันทางการศึกษามีหน้าที่ในการสนับสนุน ผลักดัน และให้คำแนะนำในการจัดงานประเพณี อย่างไรก็ตามการรื้อฟื้นประเพณีแห่พระพุทธเกษรไม่ได้มีบทบาทในแง่ของการอนุรักษ์ประเพณีท้องถิ่นเพียงเท่านั้น หากแต่ยังส่งผลให้เกิดการปรับปรุงและกระตุ้นให้เกิดการใช้งานพื้นที่และโครงข่ายทางน้ำผ่านกิจกรรมด้านต่างๆ มากยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้ประเพณีแห่พระพุทธเกษรทางน้ำจึงเป็นตัวอย่างหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทและความสำคัญของงานประเพณีทางน้ำในฐานะการเป็นเครื่องมือและกลไกที่สามารถนำไปสู่การฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่ริมน้ำอื่นๆ

คำสำคัญ: ประเพณีทางน้ำ, การรื้อฟื้น, บริบทการอยู่อาศัย, อยุธยา, ชุมชนริมน้ำ

Abstract

The Aquatic Phra Buddha Kesorn Procession Ceremony is a local tradition held in Sena District, Phranakhon Si Ayutthaya Province.  This ceremony can prominently reflect the relations between living contexts and social geographical features, “the waterfront society” in this case. Over the past 30 years, this ceremony has been changed from the aquatic to land procession.  The purposes of the article were to reveal the revitalization of the Aquatic Phra Buddha Kesorn Procession Ceremony of Kradong Thong Temple and its effects on the waterfront community.  The data were collected by an in-depth interview and a participatory observation.

The revitalization of the Aquatic Phra Buddha Kesorn Procession Ceremony came from the faith shared among the people in the community to the image of Phra Buddha Kesorn.  The revitalization consisted of 4 steps: (1) raising public awareness; (2) uniting people in the community into groups; (3) making a plan and an arrangement; and (4) launching the process of revitalizing the ceremony. This process was supported by the cooperation among the people in the community, the educational institutions, and Ban Pho Sub-district Administrative Organization.  The participants concerned in the revitalization could be divided into 3 groups: monastery, educational organization or institution, and community.  Among these groups, the community was found to have the most important role in the revitalization of the ceremony whereas the monastery and the educational organization or institution groups were found to take parts in providing support, stimulation, and suggestion.

The revitalization of the Aquatic Phra Buddha Kesorn Procession Ceremony is considered not only as part of preserving local traditions, but also as a benefit for increasingly improving and encouraging the utilization of waterway networks via various activities.  Accordingly, the Aquatic Phra Buddha Kesorn Procession Ceremony is one of the local traditions which signify the importance of an aquatic ceremony as a way of revitalizing and developing other waterfront areas.

Keywords:  aquatic ceremony, revitalization, living context, Ayutthaya, waterfront community

๑. บทนำ

น้ำเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดลักษณะการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ตั้งแต่อดีตทั้งในบริเวณพื้นที่สูง พื้นที่โคก และพื้นที่ราบ เนื่องด้วยน้ำเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีความจำเป็นในการดำรงชีวิตของมนุษย์ สำหรับพื้นที่บริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ชุมชนส่วนใหญ่นิยมตั้งถิ่นฐานอยู่ตามโครงข่ายทางน้ำ ทั้งนี้เพื่อความสะดวกในการเข้าถึงทรัพยากรและการคมนาคมขนส่ง ความสำคัญของน้ำและลักษณะทางภูมิศาสตร์ของพื้นที่ที่ประกอบด้วยโครงข่ายทางน้ำเป็นจำนวนมากส่งผลให้ชุมชนริมน้ำในบริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างมีการปรับตัวให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมในลักษณะประสานและเกื้อกูล ทั้งนี้ความสัมพันธ์ดังกล่าวได้สะท้อนผ่านลักษณะการตั้งถิ่นฐาน สถาปัตยกรรม วิถีชีวิต อาชีพ ประเพณี และภูมิปัญญาของคนภายในพื้นที่

อย่างไรก็ตามภายหลังการพัฒนาประเทศภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๑๐-๒๕๑๔) ที่มุ่งเน้นการพัฒนาพื้นที่ชนบท โดยการบุกเบิกสร้างถนนผ่านโครงการถนนชนบท ส่งผลให้รูปแบบการตั้งถิ่นฐาน แบบรูปที่ดิน และวิถีชีวิตของคนในชุมชนริมน้ำเริ่มเปลี่ยนแปลงไป แม้วัตถุประสงค์ของโครงการดังกล่าวจะมุ่งเน้นเพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าถึงและการติดต่อกับพื้นที่ภายนอกของคนในชนบท (สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, ๒๕๕๘,  www.nesdb.go.th) แต่กระบวนการพัฒนาระบบโครงข่ายทางถนนภายในพื้นที่ชุมชนริมน้ำโดยปราศจากการคำนึงถึงลักษณะโครงสร้างของพื้นที่ สภาพภูมิสังคม และความสัมพันธ์แบบเกื้อกูลกับโครงข่ายทางน้ำของคนในชุมชนที่มีอยู่เดิม กลับส่งผลให้รูปแบบการตั้งถิ่นฐานและลักษณะทางกายภาพของพื้นที่เริ่มเปลี่ยนแปลง จนนำมาซึ่งความเสื่อมโทรมและปัญหาทางพื้นที่ในด้านต่างๆ นอกจากนั้นวิถีชีวิต อาชีพ ประเพณีของชุมชนที่เคยสะท้อนภาพความเกื้อกูลกันระหว่างน้ำกับคนก็เริ่มเลือนหายไป ความเสื่อมโทรมของพื้นที่ริมน้ำดังกล่าวส่งผลให้ ในปัจจุบันประเด็นการฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่ริมน้ำกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ได้รับความสนใจทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน โดยหน่วยงานหลายฝ่ายต่างมีความพยายามในการหาแนวทางหรือมาตรการเพื่อฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่ชุมชนริมน้ำที่เสื่อมโทรมให้สามารถดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืนอีกครั้ง

บทความนี้เขียนขึ้นจากประสบการณ์ที่ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการรื้อฟื้นประเพณีแห่พระพุทธเกษรทางน้ำของผู้เขียน โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อแสดงให้เห็นถึงกระบวนการฟื้นฟูประเพณีแห่พระพุทธเกษรทางน้ำและผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อบริบทการอยู่อาศัยของชุมชนริมน้ำ เพื่อใช้เป็นตัวอย่างในการฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่ชุมชนริมน้ำอื่นๆ ต่อไปในอนาคต

อนึ่งในการเก็บรวบรวมข้อมูลนั้น ผู้เขียนได้ใช้วิธีการสัมภาษณ์ข้อมูลเชิงลึกบุคคลสำคัญ ร่วมกับการสังเกตการณ์อย่างมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ โดยในการสัมภาษณ์ข้อมูลเชิงลึกนั้น ผู้เขียนได้ดำเนินการสัมภาษณ์บุคคลสำคัญต่างๆ ที่มีส่วนในการรื้อฟื้นประเพณีแห่พระพุทธเกษรทางน้ำ อาทิ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล ผู้อำนวยการโรงเรียน เจ้าอาวาสวัด และชาวบ้านผู้เข้าร่วมงาน เป็นต้น ส่วนการสังเกตการณ์อย่างมีส่วนร่วมนั้น ผู้เขียนได้เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ กับชุมชนและใช้วิธีการสังเกตการณ์การดำเนินการในกระบวนการต่างๆ เป็นระยะเวลากว่า ๑ ปี ตั้งแต่ กระบวนการสร้างความตระหนักรู้ กระบวนการรวมกลุ่ม กระบวนการพูดคุยกันภายในชุมชน กระบวนการวางแผน ไปจนกระทั่งกระบวนการเตรียมงานและกระบวนการรื้อฟื้นประเพณีแห่พระพุทธเกษรทางน้ำ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ ๓-๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๗

๒. บริบทการอยู่อาศัยภายในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง

น้ำเป็นทรัพยากรทางธรรมชาติที่มีอิทธิพลต่อรูปแบบวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ทั้งนี้เนื่องด้วยมนุษย์ต้องใช้น้ำในการบริโภคและอุปโภค จากความสำคัญของน้ำและสภาพภูมิศาสตร์ของบริเวณภาคกลางตอนล่างที่เป็นพื้นที่ราบลุ่มน้ำท่วมถึง (floodplain) ที่ประกอบด้วยโครงข่ายทางน้ำเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ในอดีตคนในบริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างมีความผูกพันกับน้ำอย่างแนบแน่น ทั้งนี้ความผูกพันดังกล่าวได้สะท้อนผ่านบริบทการอยู่อาศัยและภูมิปัญญาในการดำรงชีวิตของคนในอดีต

เมื่อพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างน้ำกับวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างในอดีตผ่านบริบทการอยู่อาศัย (dwelling context)  ซึ่งประกอบด้วย กิจกรรมชีวภาพ (biological activity) กิจกรรมการผลิต (producing activity) กิจกรรมการคมนาคม (transportation activity) และกิจกรรมนันทนาการ (recreating activity) (เทิดศักดิ์ เตชะกิจขจร, ๒๕๔๖) จะพบว่ากิจกรรมต่างๆ ล้วนแต่แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างน้ำกับมนุษย์ในลักษณะประสานและเกื้อกูลกัน ไม่ว่าจะเป็นบ้านใต้ถุนสูง เรือนแพ ตลาดน้ำ ข้าวขึ้นน้ำ (floating rice) เรือขุด เรือต่อ หรือประเพณีทางน้ำต่างๆ

อย่างไรก็ตามหากพิจารณาบริบทการอยู่อาศัยของชุมชนริมน้ำภายหลังการก่อสร้างโครงข่ายทางถนนและการพัฒนาระบบโครงข่ายชลประทานภายในพื้นที่กลับพบว่า ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำกับมนุษย์เริ่มเปลี่ยนแปลงไปในเชิงขัดแย้งหรือไม่สอดคล้องกับสภาพพื้นที่เดิม อาทิ ลักษณะบ้านเรือนที่นิยมสร้างติดพื้นดิน การเกษตรแบบชลประทาน ข้าวนาปรัง การคมนาคมด้วยรถยนต์ ทั้งนี้สามารถสรุปตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงบริบทการอยู่อาศัยทั้ง ๔ กิจกรรมในช่วงเวลาก่อนและหลังการก่อสร้างโครงข่ายทางถนนดังตารางที่ ๑

ความสัมพันธ์ในลักษณะขัดแย้งของบริบทการอยู่อาศัยแบบใหม่อันเนื่องจากความไม่สอดคล้องกันระหว่างลักษณะของพื้นที่ชุมชนริมน้ำกับแนวทางการพัฒนาทางด้านกายภาพที่มุ่งเน้นการพัฒนาโครงข่ายทางถนนและพื้นที่เกี่ยวเนื่องเป็นหลัก ได้นำมาซึ่งความเสื่อมโทรมของพื้นที่ชุมชนริมน้ำในด้านต่างๆ ทั้งด้านกายภาพ สิ่งแวดล้อม สังคม วัฒนธรรม ตลอดจนภูมิปัญญาของบรรพบุรุษที่ได้รับการถ่ายทอดมาเป็นระยะเวลานาน จนอาจกล่าวได้ว่าการพัฒนาโครงข่ายทางถนนในบริเวณพื้นที่ชุมชนริมน้ำอย่างฉาบฉวยในช่วงเวลาที่ผ่านมากลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อลักษณะทางกายภาพและวิถีชีวิตของคนภายในชุมชนริมน้ำในมิติต่างๆ ทั้งเชิงบวกและเชิงลบ

ตารางที่ ๑ ตารางสรุปการเปลี่ยนแปลงบริบทการอยู่อาศัยในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างในช่วงก่อนและหลังแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ ๒

บริบทการอยู่อาศัย

ช่วงเวลาก่อนการพัฒนาภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ ๒

ช่วงเวลาหลังการพัฒนาภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ ๒

กิจกรรมชีวภาพ บ้านใต้ถุนสูง, เรือนแพ บ้านที่สร้างติดพื้นดิน, ตึกแถว
กิจกรรมการผลิต ตลาดน้ำ, ข้าวขึ้นน้ำ ตลาดบก, เกษตรกรรมแบบชลประทาน
กิจกรรมการคมนาคม เรือประเภทต่างๆ, โครงข่ายทางน้ำ รถยนต์, โครงข่ายทางถนน
กิจกรรมนันทนาการ ประเพณีและการละเล่นทางน้ำ ตัวอย่างเช่น ประเพณีแห่พระ, การแข่งเรือยาว, การตักบาตรทางน้ำ ประเพณีและการละเล่นทางน้ำถูกปรับเปลี่ยนเป็นประเพณีและการละเล่นทางถนน ตัวอย่างเช่น การแห่พระ, การแห่เทียนพรรษา

๓. ประเพณีแห่พระพุทธเกษร : ภาพสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของบริบทการอยู่อาศัยในสังคมริมน้ำ

๓.๑ ประวัติประเพณีแห่พระพุทธเกษร

ประเพณีแห่พระพุทธเกษรเป็นงานประเพณีรื่นเริงที่สำคัญงานหนึ่งของท้องถิ่นอำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยเป็นประเพณีที่ชาวบ้านถือปฏิบัติกันมาเป็นประจำทุกปีตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๔๔ ในครั้งแรกนั้นประเพณีแห่พระพุทธเกษรเป็นเพียงการแห่องค์พระพุทธเกษรที่ประดิษฐาน ณ วัดกระโดงทองไปตามลำคลองรางจระเข้ และคลองเจ้าเจ็ด เพื่อเข้าร่วมเฉลิมฉลองงานสมโภชพระพุทธเกษรองค์ใหม่ที่หล่อขึ้น ณ วัดเจ้าเจ็ดในเท่านั้น แต่ด้วยความศรัทธาในองค์พระพุทธเกษรของชาวบ้านในท้องถิ่น จึงได้ยึดถืองานดังกล่าวเป็นธรรมเนียมประเพณีปฏิบัติสืบมา งานประเพณีแห่พระพุทธเกษรประกอบด้วย งานประเพณีแห่พระพุทธเกษรของวัดกระโดงทองไปยังวัดเจ้าเจ็ดใน และประเพณีแห่พระพุทธเกษรของวัดเจ้าเจ็ดในไปวัดกระโดงทอง ทั้งนี้ประเพณีการแห่พระพุทธเกษรจัดขึ้นปีละ ๒ ครั้ง ตามเวลาในปฏิทินจันทรคติกล่าวคือ ทุกวันขึ้น ๑๔-๑๕ ค่ำ เดือน ๕ และ ทุกวันขึ้น ๒-๓ ค่ำ เดือน ๑๒  (เชวงเกียรติ ทิมปาวัฒน์ และคณะ, ๒๕๕๒,  หน้า ๑๒-๑๓) โดยงานประเพณีแห่พระพุทธเกษรของวัดเจ้าเจ็ดในจะจัดขึ้นหลังงานของวัดกระโดงทองประมาณ ๑-๒ สัปดาห์

๓.๒ การเปลี่ยนแปลงประเพณีแห่พระพุทธเกษร

ประเพณีแห่พระพุทธเกษรเป็นงานปิดทองไหว้พระประจำปีที่สำคัญของทั้ง ๒ วัด ในอดีตจะมีขบวนเรือเข้าร่วมงานประเพณีไม่ต่ำกว่า ๕๐ ลำ ทั้งขบวนเรือทรงพระพุทธเกษร ขบวนเรือชาวบ้าน ขบวนเรือเสบียงสัมภาระ เรือค้าขาย ขบวนเรือประกวดประเภทต่างๆ อาทิ ขบวนเรือตลกขบขัน ขบวนเรือสวยงาม (ภาพที่ ๑ และ ๒)  ซึ่งขบวนเรือต่างๆ เหล่านี้จะแห่ไปตามคลองรางจระเข้และคลองเจ้าเจ็ด รวมระยะทางไปและกลับกว่า ๑๐ กิโลเมตร งานประเพณีแห่พระพุทธเกษรจึงไม่ใช่งานปิดทองไหว้พระทั่วไปที่จัดขึ้นเองโดยวัด แต่เป็นงานประเพณีขนาดใหญ่ที่ต้องอาศัยทั้งแรงกาย แรงใจ แรงทรัพย์ และแรงศรัทธาของคนภายในชุมชนในการจัดงานประเพณีแต่ละครั้ง

อย่างไรก็ตามแม้ว่าประเพณีแห่พระพุทธเกษรจะได้รับการสืบทอดมาจนถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่า ๑๐๐ ปี แต่ก็มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบประเพณีไปตามยุคสมัย โดยเฉพาะในช่วง ๓๐ ปีที่ผ่านมา ประเพณีแห่พระพุทธเกษรได้เปลี่ยนรูปแบบจากประเพณีทางน้ำมาเป็นประเพณีทางถนน (ภาพที่ ๓-๔)  (จรรยาพัชญ์ แก้วมโนรมย์, ๒๕๕๗, หน้า ๔๙๖) เพื่อความสะดวกในการจัดงานและการเข้าถึงพื้นที่ชุมชนที่มีการขยายตัวไปตามโครงข่ายทางถนนมากขึ้น ทั้งนี้ขบวนแห่พระพุทธเกษรได้เปลี่ยนเส้นทางการแห่จากเดิมที่แห่ในคลองรางจระเข้และคลองเจ้าเจ็ดมาเป็นการแห่ออกจากวัดไปตามถนนธรรมสิทธิ์เสนาไปยังโรงหมี่ ตลาดบ้านแพน โรงพยาบาลเสนา และวัดเจ้าเจ็ดในตามลำดับ (ภาพที่ ๕) การเปลี่ยนแปลงเส้นทางและรูปแบบจากการแห่ทางน้ำมาเป็นการแห่ทางถนน ส่งผลให้ประเพณีแห่พระพุทธเกษรทางน้ำในรูปแบบดั้งเดิม ตลอดจนภูมิปัญญาที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น การซ่อมเรือ การพายเรือ เริ่มเลือนหายไปจากการรับรู้ของคนรุ่นใหม่

กลุ่มเรือที่เข้าร่วมขบวนแห่พระพุทธเกษรทางน้ำบริเวณคลองเจ้าเจ็ด และหน้าวัดกระโดงทอง ในช่วงประมาณปีพุทธศักราช ๒๕๑๔  ที่มา: สมปอง ตรีไพชยนต์ศักดิ์, ๒๕๑๔,  [ภาพนิ่ง]
ภาพที่ ๑-๒ กลุ่มเรือที่เข้าร่วมขบวนแห่พระพุทธเกษรทางน้ำบริเวณคลองเจ้าเจ็ดและหน้าวัดกระโดงทอง ในช่วงประมาณปีพุทธศักราช ๒๕๑๔
ที่มา: สมปอง ตรีไพชยนต์ศักดิ์, ๒๕๑๔, [ภาพนิ่ง]
 

ภาพที่ ๓-๔  ขบวนแห่พระพุทธเกษรทางถนนเมื่อวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ บริเวณลานวัดกระโดงทอง  ที่มา: จรรยาพัชญ์ แก้วมโนรมย์, ๒๕๕๕,  [ภาพนิ่ง]
ภาพที่ ๓-๔ ขบวนแห่พระพุทธเกษรทางถนนเมื่อวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ บริเวณลานวัดกระโดงทอง
ที่มา: จรรยาพัชญ์ แก้วมโนรมย์, ๒๕๕๕, [ภาพนิ่ง]
อาจกล่าวสรุปได้ว่าการเปลี่ยนแปลงของประเพณีแห่พระพุทธเกษรทางน้ำเป็นภาพสะท้อนสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของบริบทการอยู่อาศัยในมิติต่างๆ ของชุมชนริมน้ำในบริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างภายหลังจากการพัฒนาโครงข่ายทางถนน โดยการเปลี่ยนแปลงประเพณีแห่พระพุทธเกษรจากการแห่ทางน้ำเป็นการแห่ทางถนนสะท้อนให้เห็นถึง การเปลี่ยนแปลงของความสัมพันธ์ระหว่างกิจกรรมของบริบทการอยู่อาศัยของคนในพื้นที่ลุ่มน้ำที่เคยมีความใกล้ชิดและสัมพันธ์กับโครงข่ายทางน้ำ สู่ความสัมพันธ์ระหว่างบริบทการอยู่อาศัยกับโครงข่ายทางบก ตัวอย่างเช่น การปรับเปลี่ยนแปลงพื้นที่นันทนาการจากพื้นที่ริมน้ำและโครงข่ายทางน้ำเป็นโครงข่ายทางบกและพื้นที่เกี่ยวเนื่อง การปรับเปลี่ยนการแห่ทางเรือเป็นการแห่ทางบกด้วยรถยนต์เพื่อความสะดวก และรวดเร็ว การลดลงของจำนวนชาวบ้านที่เข้าร่วมงาน ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากงานประเพณีนี้จัดขึ้นตามปฏิทินจันทรคติ ซึ่งในบางครั้งไม่ตรงกับวันหยุด จึงส่งผลให้ชาวบ้านในพื้นที่ที่ทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมไม่สามารถเข้าร่วมงานได้ ในขณะที่ในอดีตชาวบ้านสามารถเข้าร่วมงานได้เป็นจำนวนมากเพราะเป็นช่วงว่างเว้นจากการทำนาและฤดูน้ำหลาก

ภาพที่ ๕  แผนที่แสดงการเปลี่ยนแปลงเส้นทางการแห่พระพุทธเกษรทางน้ำเป็นการแห่ทางถนนในอดีต   ที่มา: ผู้วิจัย, ๒๕๕๘, [ภาพนิ่ง]
ภาพที่ ๕ แผนที่แสดงการเปลี่ยนแปลงเส้นทางการแห่พระพุทธเกษรทางน้ำเป็นการแห่ทางถนนในอดีต
ที่มา: ผู้วิจัย, ๒๕๕๘, [ภาพนิ่ง]

๔. กระบวนการรื้อฟื้นประเพณีแห่พระพุทธเกษรทางน้ำ

การรื้อฟื้นประเพณีแห่พระพุทธเกษรทางน้ำเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือกันระหว่าง วัด ชุมชน องค์กรการปกครองส่วนท้องถิ่น และสถาบันการศึกษา โดยภายหลังจากการสำรวจมรดกวัฒนธรรมชุมชนริมน้ำ บริเวณอำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ของนิสิตภาควิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๕ ทำให้ได้ค้นพบประเพณีแห่พระพุทธเกษรทางน้ำจากคำบอกเล่าของชาวบ้าน และผู้คนในวัด ว่าเป็นประเพณีประจำชุมชนที่มีความสำคัญในพื้นที่แต่ได้มีการเปลี่ยนรูปแบบไปจากเดิม จากข้อค้นพบดังกล่าว นำมาซึ่งการสำรวจเชิงเอกสาร รูปถ่าย และประวัติศาสตร์จากคำบอกเล่าของคนในพื้นที่เพิ่มเติม จนค้นพบว่าประเพณีแห่พระพุทธเกษรเป็นประเพณีแห่พระทางน้ำที่มีเอกลักษณ์และมีคุณค่าทางจิตใจกับคนในชุมชน

จุดเริ่มต้นของการรื้อฟื้นประเพณีแห่พระพุทธเกษรทางน้ำเกิดขึ้นภายหลังการนำเสนอเรื่อง “ของดีบ้านโพธิ์” ของนิสิตภาควิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแก่ประชาคมบ้านโพธิ์ ในปี พ.ศ. ๒๕๕๗ จากการนำเสนอครั้งนั้น ชาวบ้านเกิดความตื่นตัวในเรื่องคุณค่าและความสำคัญของมรดกวัฒนธรรมของชุมชนมากขึ้น จนในที่สุดเกิดการรวมกลุ่ม “คนรักษ์

ขบวนเรือและเรือทรงพระพุทธเกษรในงานรื้อฟื้นประเพณีแห่พระพุทธเกษรทางน้ำ ประจำปี ๒๕๕๗ เมื่อวันที่ ๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๗ บริเวณประตูน้ำเจ้าเจ็ด ที่มา: ผู้วิจัย, ๒๕๕๗, [ภาพนิ่ง]
ภาพที่ ๖-๗ ขบวนเรือและเรือทรงพระพุทธเกษรในงานรื้อฟื้นประเพณีแห่พระพุทธเกษรทางน้ำประจำปี ๒๕๕๗ เมื่อวันที่ ๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๗ บริเวณประตูน้ำเจ้าเจ็ด
ที่มา: ผู้วิจัย, ๒๕๕๗, [ภาพนิ่ง]
วัดกระโดงทอง” และร่วมกันผลักดันให้เกิดการรื้อฟื้นประเพณีแห่พระพุทธเกษรทางน้ำผ่านผู้นำชุมชน และองค์การบริหารส่วนตำบล ภายใต้คำแนะนำของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

การรื้อฟื้นประเพณีแห่พระพุทธเกษรทางน้ำ วัดกระโดงทอง จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๓-๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๗ (ภาพที่ ๖ และ ๗) โดยได้มีการรื้อฟื้น ขั้นตอน เส้นทาง และรูปแบบขบวนแห่เดิมในอดีตก่อนที่จะมีการยกเลิกไปขึ้นใหม่อีกครั้ง อย่างไรก็ตามการรื้อฟื้นประเพณีแห่พระพุทธเกษรทางน้ำในครั้งนี้ คณะผู้จัดงานได้จัดขบวนแห่ทั้งในรูปแบบขบวนแห่ทางถนนและขบวนแห่ทางน้ำ โดยการแห่พระพุทธเกษรจากวัดกระโดงทองไปยังวัดเจ้าเจ็ดในเป็นขบวนแห่ทางน้ำเหมือนในอดีต ส่วนการแห่พระพุทธเกษรจากวัดเจ้าเจ็ดในกลับวัดกระโดงทองนั้นเป็นขบวนแห่ทางถนน (ภาพที่ ๘) ทั้งนี้มีสาเหตุสำคัญสองประการ ประการแรกคือทิศทางการไหลของน้ำในช่วงเวลาบ่ายที่จะสวนทางกับขบวนแห่ทำให้ขบวนแห่เคลื่อนที่ได้ลำบาก และประการที่สองเพื่อให้ชาวบ้านสามารถสักการะปิดทององค์พระพุทธเกษรได้อย่างทั่วถึงทั้งในพื้นที่บริเวณชุมชนริมน้ำและชุมชนที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ริมถนน

แผนที่แสดงเส้นทางการรื้อฟื้นประเพณีแห่พระพุทธเกษรทางน้ำประจำ ปี พ.ศ.  ๒๕๕๗ ที่มา: ผู้วิจัย, ๒๕๕๘, [ภาพนิ่ง]
ภาพที่ ๘ แผนที่แสดงเส้นทางการรื้อฟื้นประเพณีแห่พระพุทธเกษรทางน้ำประจำ ปี พ.ศ. ๒๕๕๗
ที่มา: ผู้วิจัย, ๒๕๕๘, [ภาพนิ่ง]
เมื่อพิจารณากระบวนการรื้อฟื้นประเพณีแห่พระพุทธเกษรทางน้ำตั้งแต่ต้นจนถึงกิจกรรมในวันงานประเพณี สามารถสรุปขั้นตอนของกระบวนการรื้อฟื้นประเพณีแห่พระพุทธเกษรทางน้ำได้เป็น ๔ ขั้นตอนหลัก (ภาพที่ ๙) ดังต่อไปนี้

ขั้นตอนที่ ๑ กระบวนการสร้างความตระหนักรู้ ขั้นตอนนี้เป็นกระบวนการที่ทำให้ชุมชนเกิดความตระหนักรู้ถึงคุณค่าหรือความสำคัญในวัฒนธรรมและประเพณีของตนเองที่เริ่มสูญหายไป โดยอาศัยการกระตุ้นจากบุคคลภายนอก ซึ่งในที่นี้หมายถึงสถาบันการศึกษาที่เข้ามาดำเนินการศึกษามรดกทางวัฒนธรรมภายในพื้นที่และกระตุ้นให้ชุมชนได้เห็นถึงความสำคัญและคุณค่าของประเพณีแห่พระพุทธเกษรทางน้ำผ่านการนำเสนอผลงานให้แก่ประชาคมรับทราบ

ขั้นตอนที่ ๒ กระบวนการการรวมกลุ่มของชุมชน ขั้นตอนนี้ถือเป็นกระบวนการสำคัญโดยภายหลังกระบวนการสร้างความตระหนักรู้ให้แก่คนในชุมชนจนเกิดความตื่นตัวแล้ว กลุ่มชาวบ้านและหน่วยงานต่างๆ ที่มีความสนใจในกิจกรรมดังกล่าวก็ได้มีการรวมกลุ่มกันในนาม “กลุ่มคนรักษ์วัดกระโดงทอง” ขึ้น เพื่อเป็นตัวกลางในการรื้อฟื้นและจัดกิจกรรมประเพณีแห่พระพุทธเกษรทางน้ำ

ภาพที่ ๙แผนภาพแสดงขั้นตอนของกระบวนการรื้อฟื้นประเพณี แห่พระพุทธเกษรทางน้ำและผู้มีบทบาทในแต่ละกิจกรรม ที่มา: ผู้วิจัย, ๒๕๕๘, [ภาพนิ่ง]
ขั้นตอนที่ ๓ กระบวนการวางแผนและจัดเตรียมงาน ขั้นตอนนี้เป็นการดำเนินงานร่วมกันระหว่างกลุ่มคนรักษ์วัดกระโดงทอง ชาวบ้าน วัดกระโดงทอง หน่วยงานการปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์กรอื่นๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยในการกระบวนวางแผนและดำเนินการรื้อฟื้นประเพณีแห่พระพุทธเกษรทางน้ำนั้น ชาวบ้านจะใช้วิธีการพูดคุยร่วมกันในหลายฝ่ายโดยแบ่งออกเป็นประเด็นต่างๆ ได้แก่ (๑) เส้นทางการแห่พระพุทธเกษรในอดีต (๒) ขั้นตอนของพิธีการต่างๆ (๓) กิจกรรมในงานประเพณีแห่พระพุทธเกษร (๔) สถานที่ที่ใช้ในการจัดกิจกรรมต่างๆ (๕) กิจกรรมประชาสัมพันธ์ (๖) เงินทุน (๗) การประชาสัมพันธ์ (๘) ผู้เข้าร่วมพิธี (๙)การเตรียมการและการเตรียมความพร้อม  ทั้งนี้ภายหลังการร่วมพูดคุยกันภายในกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องได้มีการแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบในแต่ละส่วนโดยเชื่อมโยงกับกระบวนการทำงานเดิมของวัดในแต่ละปีที่ผ่านมา

ขั้นตอนที่ ๔ กระบวนการรื้อฟื้นประเพณีแห่พระพุทธเกษรทางน้ำ ขั้นตอนนี้ประกอบไปด้วยกิจกรรมการเตรียมสถานที่และความพร้อมของงานก่อนวันจริง และกิจกรรมแห่พระพุทธเกษรทางน้ำในวันจริง โดยการเตรียมสถานที่และความพร้อมของงานก่อนวันจริงนั้น ชาวบ้านภายในพื้นที่ที่มีจิตศรัทธาและกลุ่มคนรักษ์วัดกระโดงทองจะร่วมกันเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ ทั้งเรือทรงพระพุทธเกษร เรือร่วมขบวนต่างๆ อุปกรณ์ต่างๆ ที่จำเป็นต้องใช้ในพิธีการ ทั้งนี้ในส่วนของการเตรียมความพร้อมในพื้นที่บริเวณนอกวัด องค์การบริหารส่วนตำบลจะทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการติดต่อประสานงานระหว่างหน่วยงาน ส่วนกิจกรรมแห่พระพุทธเกษรทางน้ำในวันจริงนั้นจะเป็นการดำเนินการโดยความร่วมมือของทางวัดและกลุ่มพุทธศาสนิกชนผู้เข้าร่วมงาน ทั้งนี้ในกิจกรรมวันงานจะมีกลุ่มคนรักษ์วัดกระโดงทองคอยทำหน้าที่ดูแลและอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เข้าร่วมงาน

๕. โครงสร้างและบทบาทของผู้มีส่วนร่วมในกระบวนการรื้อฟื้นประเพณีแห่พระพุทธเกษรทางน้ำ

จากการเข้าร่วมกระบวนการรื้อฟื้นประเพณีแห่พระพุทธเกษรทางน้ำตั้งแต่เริ่มแรกพบว่า บทบาทสำคัญที่เป็นแรงผลักดันให้เกิดการรื้อฟื้นประเพณีแห่พระพุทธเกษรทางน้ำไม่ใช่ประเด็นด้านเศรษฐกิจหรือเงิน แต่คือความเชื่อและความศรัทธาของคนที่มีต่อองค์พระพุทธเกษร โดยความเชื่อและความศรัทธาดังกล่าวส่งผลให้เกิดการรวมกลุ่มกันของคนในชุมชนและพื้นที่ข้างเคียงเพื่อร่วมกันดำเนินกิจกรรมต่างๆ ด้วยแรงกายและแรงใจอย่างเต็มที่โดยไม่หวังผลตอบแทน ทั้งนี้ชาวบ้านที่เข้าร่วมงานประเพณีต่างมีจุดหมายร่วมกันคือเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่องค์พระพุทธเกษร

การรื้อฟื้นประเพณีแห่พระพุทธเกษรทางน้ำสามารถสรุปผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้เป็น ๓ กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มของวัด กลุ่มองค์กรและสถาบันทางการศึกษาภายนอก และกลุ่มประชาชน  (ภาพที่ ๑๐)

กลุ่มที่ ๑ กลุ่มของวัด ประกอบด้วย เจ้าอาวาส พระภายในวัด ไวยาวัจกร และกรรมการของวัด ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในกลุ่มนี้มีหน้าที่และบทบาทสำคัญอย่างมากในด้านพิธีกรรม โดยบุคคลภายในกลุ่มนี้จะทำหน้าที่กำหนดวัน เวลา ลำดับขั้นตอน และพื้นที่สำหรับการจัดกิจกรรมภายในวัดทั้งหมด อีกทั้งยังมีหน้าที่เป็นสื่อกลางในการประชาสัมพันธ์การจัดงานให้แก่ประชาชนและคนที่มีจิตศรัทธาต่อองค์พระพุทธเกษรในพื้นที่ต่างๆ รับทราบ

กลุ่มที่ ๒ กลุ่มองค์กรและสถาบันการศึกษาภายนอก มีหน้าที่ผลักดัน ตลอดจนให้คำปรึกษาและสนับสนุนคนในพื้นที่ทั้งวัดและกลุ่มตัวแทนประชาชนในการรื้อฟื้นประเพณีแห่พระพุทธเกษรทางน้ำ

โครงสร้างผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรื้อฟื้นประเพณีแห่พระพุทธเกษร ที่มา: ผู้วิจัย, ๒๕๕๘, [ภาพนิ่ง]
ภาพที่ ๑๐ โครงสร้างผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรื้อฟื้นประเพณีแห่พระพุทธเกษร
ที่มา: ผู้วิจัย, ๒๕๕๘, [ภาพนิ่ง]
กลุ่มที่ ๓ กลุ่มประชาชน เป็นกลุ่มที่มีขนาดใหญ่และความสำคัญมากที่สุด ในการขับเคลื่อนการรื้อฟื้นประเพณีแห่พระพุทธเกษรทางน้ำ โดยกลุ่มนี้ประกอบด้วย ๓ ส่วนที่สำคัญที่คอยช่วยกันเติมเต็มและผลักดันให้เกิดการจัดงานได้อย่างสมบูรณ์ คือ องค์กรการปกครองส่วนท้องถิ่น ชาวบ้าน และ ผู้สนับสนุน

สำหรับองค์กรการปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นมีหน้าที่สนับสนุนและอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะการเตรียมพื้นที่ การซ่อมและจัดเตรียมเรือ การดูแลเรื่องความปลอดภัย การสนับสนุนเงิน และการติดต่อประสานงานกับหน่วยงานของรัฐภายนอกพื้นที่ โดยในการรื้อฟื้นประเพณีแห่พระพุทธเกษรทางน้ำครั้งนี้ องค์กรการปกครองส่วนท้องถิ่นมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการปรับปรุงและเตรียมความพร้อมของพื้นที่ภายนอกวัด ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งทัศนียภาพของคลองรางจระเข้ การกำจัดผักตบชวา การติดต่อประสานงานกับประตูน้ำบ้านแพน นอกจากนั้นองค์กรการปกครองส่วนท้องถิ่นยังมีส่วนสำคัญในการจัดกิจกรรมต่างๆ เพิ่มเติมจากกิจกรรมทางศาสนา เช่น การจัดประกวดขบวนเรือประเภทต่างๆ

ในส่วนของกลุ่มชาวบ้านในพื้นที่รอบวัดและพื้นที่ใกล้เคียงถือได้ว่าเป็นกลุ่มที่มีความสำคัญที่สุดในการจัดงานรื้อฟื้นประเพณีแห่พระพุทธเกษรทางน้ำ โดยชาวบ้านทุกคนต่างตั้งใจร่วมกันจัดงานภายใต้ความศรัทธาที่มีต่อองค์พระพุทธเกษร ตั้งแต่กระบวนการจัดเตรียมงานจนกระทั่งกระบวนการสุดท้าย โดยในช่วงเวลาก่อนการจัดงาน กลุ่มชาวบ้านภายในพื้นที่จะมาร่วมกันทำความสะอาดวัด จัดเตรียมพื้นที่ อาหาร ซ่อมบำรุง และจัดแต่งขบวนเรือทรง เรือร่วมขบวนต่างๆ ที่วัด ส่วนในวันงาน ชาวบ้านก็จะเดินทางมาที่วัดและเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าชาวบ้านได้มีการร่วมกันในนามกลุ่มคนรักษ์วัดกระโดงทองขึ้นเพื่อเป็นตัวกลางในการดำเนินการกิจกรรมต่างๆ

ในส่วนสุดท้ายคือผู้สนับสนุน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มห้างร้านหรือร้านอาหารที่มีความศรัทธาต่อองค์พระพุทธเกษรภายในพื้นที่อำเภอเสนา ทั้งในตำบลบ้านโพธิ์ ตำบลเสนา และตำบลบ้านแพน โดยกลุ่มผู้สนับสนุนในส่วนนี้จะให้การสนับสนุนทั้งรูปแบบของเงินบริจาค โรงทาน และเรือร่วมขบวน

ด้วยเหตุนี้เมื่อพิจารณาจากโครงสร้างผู้มีส่วนร่วมในการจัดงานร่วมกับขั้นตอนในกระบวนการรื้อฟื้นประเพณีแห่พระพุทธเกษรทางน้ำจะพบว่า กลุ่มองค์กรและสถาบันการศึกษาคือกลุ่มแรกที่แสดงบทบาทในการรื้อฟื้นโดยทำหน้าที่กระตุ้นให้กลุ่มประชาชนเห็นถึงคุณค่าของประเพณีแห่พระพุทธเกษรทางน้ำ อย่างไรก็ตามแม้กลุ่มสถาบันการศึกษาจะเป็นกลุ่มที่แสดงบทบาทก่อน หากแต่เมื่อพิจารณาจากขั้นตอนกระบวนการรื้อฟื้นประเพณีแห่พระพุทธเกษรทางน้ำจะพบว่ากลุ่มที่มีบทบาทในเกือบทุกขั้นตอนและมีความสำคัญมากที่สุดในการขับเคลื่อนการรื้อฟื้นประเพณีแห่พระพุทธเกษรทางน้ำ คือกลุ่มประชาชนผู้มีจิตศรัทธาต่อองค์พระพุทธเกษร

๖. การรื้อฟื้นประเพณีแห่พระพุทธเกษรทางน้ำและผลต่อบริบทการอยู่อาศัยของชุมชนริมน้ำ

แม้ว่าการรื้อฟื้นประเพณีแห่พระพุทธเกษรทางน้ำครั้งนี้จะเป็นเพียงการรื้อฟื้นเฉพาะขบวนแห่ในเส้นทางจากวัดกระโดงทองไปวัดเจ้าเจ็ดใน แต่ผลสำเร็จจากการรื้อฟื้นประเพณีดังกล่าว นอกจากจะเป็นการอนุรักษ์ประเพณีเก่าแก่ของชุมชนแล้ว ผลสำเร็จจากการรื้อฟื้นประเพณีก็ยังสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการเปลี่ยนแปลงและจัดการพื้นที่ชุมชนริมน้ำที่สามารถนำไปสู่แนวทางการพัฒนาพื้นที่และบริบทการอยู่อาศัยที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของชุมชนริมน้ำในอนาคตได้ ไม่ว่าจะการกำจัดผักตบชวาบริเวณริมน้ำ การปรับภูมิทัศน์และทำความสะอาดที่อยู่อาศัยบริเวณริมคลองให้สวยงาม หรือการซ่อมบำรุงเรือที่ชำรุดหรือไม่ได้ใช้งานให้สามารถใช้งานได้

เมื่อพิจารณาผลสืบเนื่องที่เกิดขึ้นจากการรื้อฟื้นประเพณีแห่พระพุทธเกษรทางน้ำเปรียบเทียบกับบริบทการอยู่อาศัย ๔ ประการพบว่า การรื้อฟื้นประเพณีแห่พระพุทธเกษรทางน้ำส่งผลให้กิจกรรม ๓ ประการของคนภายในชุมชนกลับมามีความสัมพันธ์กับโครงข่ายทางน้ำ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมการผลิต กิจกรรมการคมนาคม และกิจกรรมนันทนาการ สำหรับกิจกรรมนันทนาการนั้น การรื้อฟื้นประเพณีแห่พระพุทธเกษรทางน้ำเป็นการรื้อฟื้นกิจกรรมนันทนาการทางน้ำในท้องถิ่นที่เคยถือปฏิบัติมาเป็นประจำทุกปีให้เกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง โดยผลสำคัญของการอัญเชิญพระพุทธเกษรกลับมาแห่ทางน้ำ นอกจากจะเป็นการสร้างความสนุกสนานแล้ว ยังส่งผลให้คนในชุมชนเห็นคุณค่าและความสำคัญของโครงข่ายทางน้ำในฐานะเส้นทางแห่งความศรัทธาหรือสายน้ำแห่งความศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งส่งผลให้คนภายในชุมชนสองฝั่งคลองที่ขบวนเรือแห่ผ่าน เริ่มฟื้นฟูและดูแลรักษาพื้นที่บริเวณริมน้ำและโครงข่ายทางน้ำให้กลับมามีคุณภาพมากยิ่งขึ้น

สำหรับกิจกรรมการคมนาคมและกิจกรรมการผลิตนั้นเป็นกิจกรรมที่สืบเนื่องจากรื้อฟื้นกิจกรรมนันทนาการโดยตรง โดยการรื้อฟื้นประเพณีแห่พระพุทธเกษรทางน้ำส่งผลให้เกิดการนำเรือ กลับมาซ่อมบำรุง จนเกิดการสืบทอดภูมิปัญญาในการบำรุงรักษาและการใช้งานอีกครั้ง แม้ว่าผลสืบเนื่องที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมการคมนาคม จะไม่ได้เปลี่ยนแปลงลักษณะทางกายภาพและรูปแบบการคมนาคมในชีวิตประจำวันของคนในชุมชน แต่ก็ส่งผลให้เกิดการผลักดันและสืบทอดภูมิปัญญาเกี่ยวกับเรือ ซึ่งเป็นภูมิปัญญาที่พัฒนามาจากโครงข่ายทางน้ำสู่คนรุ่นหลัง ในส่วนของกิจกรรมการผลิตนั้นมีลักษณะคล้ายกับกิจกรรมการคมนาคม โดยเป็นกิจกรรมที่เป็นผลสืบเนื่องจากการฟื้นฟูกิจกรรมนันทนาการเช่นกัน โดยภายในงานจะปรากฏการนำอาหารพื้นบ้านและเครื่องดื่มมาจำหน่ายในเรือของชาวบ้าน

ในส่วนของกิจกรรมชีวภาพ แม้ว่าการรื้อฟื้นประเพณีแห่พระพุทธเกษรทางน้ำจะไม่ได้ส่งผลโดยตรงต่อกิจกรรมชีวภาพ แต่ก็ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ที่รองรับกิจกรรมดังกล่าว และกระตุ้นให้เกิดการใช้งานในพื้นที่ริมน้ำมากยิ่งขึ้น กล่าวคือมีการปรับปรุงและทำความสะอาดพื้นที่ริมน้ำโดยรอบที่อยู่อาศัยให้กลับมาสะอาดเพื่อรองรับกิจกรรมดังกล่าว

ด้วยเหตุนี้จึงเห็นได้ว่าการรื้อฟื้นประเพณีแห่พระพุทธเกษรทางน้ำเปรียบเสมือนตัวกลางสำคัญในการส่งเสริมให้กิจกรรมอื่นๆ กลับมามีความสัมพันธ์และเชื่อมโยงกับโครงข่ายทางน้ำอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวที่ปรากฏขึ้นนั้นนำไปสู่การผลักดันให้คนในชุมชนเห็นคุณค่าและความสำคัญของโครงข่ายทางน้ำ จนนำไปสู่การปรับปรุงลักษณะทางกายภาพของชุมชนและวิถีชีวิตที่สอดคล้อง เกื้อกูลกับสภาพแวดล้อมของบริบทสังคมปัจจุบัน

๗. บทสรุปและข้อเสนอแนะ

กระบวนการรื้อฟื้นประเพณีแห่พระพุทธเกษรทางน้ำเป็นกระบวนการรื้อฟื้นประเพณีของคนในชุมชนริมน้ำที่เกิดขึ้นจากการเห็นคุณค่าและความสำคัญของคนในชุมชน อันเนื่องจากการกระตุ้นของหน่วยงานภายนอก โดยกระบวนการรื้อฟื้นเกิดจากความร่วมมือกันระหว่างวัด ชุมชน และหน่วยงานการศึกษาภายใต้เงื่อนไขของความศรัทธาที่มีต่อองค์พระพุทธเกษรของคนแต่ละกลุ่ม ทั้งนี้กระบวนการในการรื้อฟื้นประเพณีแห่พระพุทธเกษรทางน้ำสามารถแบ่งได้ออกเป็น ๔ ขั้นตอน อันได้แก่ (๑) กระบวนการสร้างความตระหนักรู้ ที่มุ่งเน้นให้ชุมชนเห็นคุณค่าในมรดกทางวัฒนธรรมของตนเอง (๒) กระบวนการการรวมกลุ่มของชุมชน ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มกันของบุคคลต่างๆ ภายในชุมชนเพื่อทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการรื้อฟื้นประเพณีดังกล่าว (๓) กระบวนการวางแผนและจัดเตรียม ซึ่งเป็นกระบวนในการวางแผนและจัดเตรียมความพร้อมในการจัดการรื้อฟื้นในประเด็นต่างๆ โดยดำเนินการผ่านการพูดคุยกันภายในชุมชนและพยายามเชื่อมโยงกับบุคคลที่เกี่ยวข้องในทุกๆ ฝ่าย และ (๔) กระบวนการรื้อฟื้นประเพณีแห่พระพุทธเกษรทางน้ำ ทั้งนี้จากการวิเคราะห์ขั้นตอนการรื้อฟื้นประเพณีพระพุทธเกษรทางน้ำพบว่า ชุมชนถือเป็นกลุ่มที่มีบทบาทสำคัญมากที่สุดในการรื้อฟื้นประเพณีดังกล่าว

การรื้อฟื้นประเพณีแห่พระพุทธเกษรทางน้ำไม่ได้ส่งผลเฉพาะในมิติทางวัฒนธรรมที่เป็นการอนุรักษ์ประเพณีท้องถิ่นเท่านั้น หากแต่ยังส่งผลให้เกิดการปรับปรุงและกระตุ้นให้เกิดการใช้งานพื้นที่โล่งว่างริมน้ำและโครงข่ายทางน้ำผ่านกิจกรรมด้านต่างๆ มากยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้การรื้อฟื้นประเพณีแห่พระพุทธเกษรทางน้ำจึงสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทและความสำคัญของงานประเพณีทางน้ำในฐานะการเป็นเครื่องมือและกลไกสำคัญที่จะนำไปสู่การพัฒนาพื้นที่ริมน้ำอื่นๆ ให้เกิดความยั่งยืนต่อไปในอนาคต โดยประเด็นสำคัญที่ภาครัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรให้ความสำคัญในการรื้อฟื้นประเพณีทางน้ำ คือการให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของชุมชนผู้เป็นเจ้าของวัฒนธรรมดังกล่าว โดยควรส่งเสริมให้ชุมชนมีบทบาทหลักในกระบวนการรื้อฟื้นหรือกระบวนการจัดงานประเพณี ในขณะที่หน่วยงานภาครัฐภายนอกควรดำรงบทบาทในฐานะการเป็นเพียงผู้ให้การสนับสนุนหรือส่งเสริมกิจกรรมต่างๆ เท่านั้น

๘.เอกสารอ้างอิง

จรรยาพัชญ์ แก้วมโนรมย์.  (๒๕๕๗).  การศึกษาเปรียบเทียบลักษณะพื้นที่รองรับกิจกรรมการรื้อฟื้น            ประเพณีแห่พระพุทธเกษรทางน้ำ ตำบลบ้านโพธิ์ อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา.  วารสารวิชาการสาระศาสตร์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ๑๙, ๔๙๖-๕๐๓.

เชวงเกียรติ ทิมปาวัฒน์ และคณะ.  (๒๕๕๒).  วัดกระโดงทอง. กรุงเทพฯ: บริษัท ประชาชน จำกัด.

เทิดศักดิ์ เตชะกิจขจร.  (๒๕๔๖).  ธรรมชาติกับมนุษย์ : ที่มาและความจำเป็นในการศึกษาภูมิปัญญาพื้นถิ่น”  ใน อรศิริ ปาณินท์ (บก.).  ภูมิปัญญาสถาปัตยกรรม.  กรุงเทพฯ: ศูนย์ตำราและเอกสารวิชาการ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.  (ม.ป.ป.).  แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่ ๒ พ.ศ.๒๕๑๐ – ๒๕๑๔.  ค้นเมื่อ ๑ สิงหาคม ๒๕๕๘,  จาก www.nesdb.go.th/ Default. aspx?tabid =84.

วารสารวิชาการอยุธยาศึกษาออนไลน์

บทความนี้ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการอยุธยาศึกษา ปีที่ ๘ ฉบับที่ ๑ / ๒๕๕๙ อ่านฉบับเต็มได้ที่ https://goo.gl/fNT6Vi

รับพิจารณาบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสารวิชาการอยุธยาศึกษา ศึกษารายละเอียดได้ใน http://jas.aru.ac.th/?page_id=2581

Leave a Comment

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติ HTML เหล่านี้ได้: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>