การศึกษาความพึงพอใจต่อการเรียนรู้ พฤติกรรมความขัดแย้งด้านวัฒนธรรมการทำงานของบุคลากรภายในธุรกิจโรงแรม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

บทความวิจัย สาขาการจัดการ

The Study of Satisfaction on Conflict Behavior Learning on Cultural Operation of Hotel’s Employees, Ayutthaya District in Ayutthaya

มนภัทร บุษปฤกษ์ / Monnapat Bussaparoek

ตำแหน่งอาจารย์ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา

 

บทคัดย่อ

การศึกษาเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาความพึงพอใจในการเรียนรู้พฤติกรรมของบุคลากรด้านความขัดแย้งและวัฒนธรรมในการทำงานในธุรกิจโรงแรม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งการศึกษาวิจัยในครั้งนี้เป็นการเรียนรู้พฤติกรรมความขัดแย้งด้านการบริหารจัดการ   วัฒนธรรมการทำงานของบุคลากรภายในธุรกิจโรงแรม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีกลุ่มตัวอย่างประชากรทั้งหมด ๔๐๐ คน โดยการใช้การนำแบบสอบถามไปให้ผู้ตอบด้วยตนเอง การวิเคราะห์ข้อมูลและการแสดงคุณลักษณะของข้อมูล ค่าเฉลี่ย ค่าสูงสุด ค่าต่ำสุด และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน พบว่าบุคลากรส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงคิดเป็นร้อยละ ๕๑.๗๕ เพศชายร้อยละ ๔๘.๒๕ จากการตอบแบบสอบถามโดยภาพรวมพบว่าบุคลากรมีความพึงพอใจในการเรียนรู้พฤติกรรมด้านความขัดแย้งและวัฒนธรรมในการทำงาน โดยให้ความสำคัญดังนี้ ๑. มีความพึงพอใจในการทำงานที่มีอิสระ ๒. มีโอกาสในการตัดสินใจในการแก้ไขปัญหาต่างๆ เพื่อลดปัญหาความขัดแย้งในการปฏิบัติงาน  ๓. มีการเปิดโอกาสให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมในการทำงานร่วมกัน ตามลำดับ ซึ่งส่งผลให้บุคลากรมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และพัฒนาทักษะด้านการเรียนรู้ เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจในการทำงานของบุคลากรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด  

คำสำคัญ : ความพึงพอใจ การเรียนรู้ ความขัดแย้ง

Abstract

The study of satisfaction on conflict behavior learning on cultural operation of hotel’s employees, Ayutthaya District, Ayutthaya aims to examine the satisfying on behavior learning of personnel conflict and cultural operation in the hotel business. In this study were analyzed the conflict behavior learning on cultural operation of hotel’s employees, Ayutthaya District, Ayutthaya. This study used self-administration collecting the data from 400 sample employees of hotels in Ayutthaya. This study used the mean, maximum, minimum, and standard deviations for data analysis. The results found that most of the participants are women with 51.75 percent and men with 48.25 percent. From the overall of respondents found that hotel’s employees are satisfied on conflict behavior learning on cultural operation. This study revealed that 1. Hotel’s employee are satisfied with freedom to work on their own, 2. They are able to make a decision to resolve problems for reducing conflict problems in workplace and 3. Employees have opportunities in consultation with their coworkers, respectively. These resulted in work creativity, initiation and develop their learning skills in order to create work motivation with the most effective of employees.

Keywords: satisfaction, learning, conflict.

๑. บทนำ

การศึกษาพฤติกรรมเกี่ยวกับวัฒนธรรมความเป็นอยู่ตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษได้มีการสืบสานวัฒนธรรมความเป็นไทย สืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน มีการศึกษาวัฒนธรรมแบบดั้งเดิม เกี่ยวกับจารีตประเพณีการแต่งกาย รวมถึงกิริยามารยาทงามอย่างไทย  เนื่องจากการแต่งกายที่สุภาพเรียบร้อยประกอบกับอิริยาบถที่สง่างามต่างๆแบบไทยดั้งเดิมที่เป็นเอกลักษณ์ความเป็นไทยสมัยโบราณ ซึ่งจากอดีตจนถึงปัจจุบันมีการเติบโตทางเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวผสมผสานกับค่านิยมตะวันตกที่เข้ามาสู่ประเทศไทยที่เพิ่มมากขึ้น อัตราการจ้างงานที่เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งวัฒนธรรมจารีตประเพณีไทยก็เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย ซึ่งส่งผลให้เกิดความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรมที่มีการเติบโตรองรับกับการท่องเที่ยว และส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในการพัฒนาการท่องเที่ยวและการบริการ ดังนั้นปัจจัยที่สำคัญต่อการอยู่ร่วมกันในสังคมภาคธุรกิจบริการควรมีระเบียบแบบแผนปฏิบัติสืบทอดวัฒนธรรมที่ดีงามแบบยั่งยืน ปัจจุบันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่มีการแข่งขันสูงในสังคมและการทำงานให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงทางด้านสังคมและวัฒนธรรม จากขนบธรรมเนียมประเพณีไทยเกี่ยวกับวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ได้เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงทำให้อิริยาบถต่างๆที่มีความเป็นไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงตามวิถีชีวิตที่มีการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่ ส่งผลทำให้บุคลากรในภาคธุรกิจต่างๆมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยการรับวัฒนธรรมตะวันตกเข้ามาปรับใช้มากขึ้น และในด้านการปลูกฝังค่านิยมและวัฒนธรรมดีงามแบบไทย เริ่มสูญหาย ถือว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการละเลยหรือเพิกเฉยต่อการปรับตัวเข้ากับสังคม ซึ่งโดยส่วนใหญ่ยึดหลักและค่านิยมแบบตะวันตกเพิ่มขึ้น โดยแสดงออกซึ่งพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสังคมโรงแรมหรือธุรกิจการบริการซึ่งเป็นสังคมหนึ่งที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมมากที่สุด ไม่เพียงแต่มีความหลากหลายของลูกค้าแต่บุคลากรในโรงแรมก็มีความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรมพื้นฐานของแต่ละบุคคล ซึ่งความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรมพื้นฐานของแต่ละบุคคลนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งเพื่อรับมือกับความขัดแย้งทางด้านวัฒนธรรมระหว่างบุคลากรภายในโรงแรม อย่างไรก็ตาม การฝึกอบรมส่วนใหญ่ในองค์กรเกี่ยวกับธุรกิจการบริการไม่ได้เน้นในเรื่องของศีลธรรม จรรยาบรรณ วัฒนธรรมที่เหมาะสมในองค์กรซึ่งส่วนใหญ่เน้นการฝึกอบรมทางด้านภาษาต่างประเทศมากกว่า ซึ่งวัฒนธรรมแต่ละสังคมแต่ละกลุ่มมีความแตกต่างกันและมีคุณค่าตามหลักจรรยาบรรณของแต่ละกลุ่ม คุณค่าทางวัฒนธรรมของกลุ่มสังคมนั้นแสดงให้เห็นถึงหลักจรรยาบรรณของวัฒนธรรมนั้น อย่างไรก็ตามหลักจรรยาบรรณของวัฒนธรรมนั้นอาจไม่มีคุณค่ากับอีกกลุ่มสังคมอื่น ดังนั้นการส่งเสริมการเรียนรู้ พฤติกรรม การฝึกอบรม ที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมอันหลากหลายเป็นสิ่งที่จำเป็นที่ธุรกิจบริการหรือโรงแรมต้องมีการฝึกอบรมและกำหนดหลักจริยธรรมเพื่อให้คุณค่ากับวัฒนธรรมที่แตกต่าง เมื่อบุคลากรได้รับการฝึกอบรมหรือการให้ความรู้ในเรื่องพฤติกรรมและวัฒนธรรมที่หลากหลาย บุคลากรเหล่านั้นจะสามารถลดความขัดแย้งระหว่างพนักงานในการรับมือกับวัฒนธรรมที่แตกต่างและเสริมสร้างวัฒนธรรมในองค์กรให้ดีขึ้นได้ (Lee และ Lee 2014)

ซึ่งลักษณะความขัดแย้งทางด้านวัฒนธรรมและความขัดแย้งซึ่งเกิดจากระหว่างบุคลากรหรือวัฒนธรรมที่แตกต่างกันนั้น อาจเกิดจากคุณค่าทางวัฒนธรรมของแต่ละบุคคลต่างกันซึ่งบางวัฒนธรรมไม่สามารถใช้วัฒนธรรมร่วมกันได้ ไม่ว่าจะเป็นประเพณีและทัศนคติที่มีอยู่ของแต่ละบุคคล ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการมีวัฒนธรรมที่ต่างกันส่งผลให้การสื่อสารนั้นมีปัญหา การหลีกเลี่ยงการสนทนา การหลีกเลี่ยงการทำงานร่วมกันหรือการไม่ทำความเข้าใจซึ่งกันและกันเมื่อเห็นว่าคนอื่นมีทัศนคติที่ไม่ตรงกันกับตน (Xu: 2008) รวมถึงความเกลียดชังกันในที่ทำงานของบุคลากร (Cerović และคนอื่นๆ 2011) มีนักวิจัยอ้างอิงไว้ว่า “การหยุดการสนทนานั้นเป็นสิ่งที่นำไปสู่ความขัดแย้ง การฝึกทักษะการสนทนาที่ดีและการเจรจาต่อรองจึงเป็นสิ่งที่สำคัญในการพัฒนาวิธีการแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ (Silverthorne: 2005)

ในฐานะผู้วิจัยเป็นอาจารย์ประจำอยู่คณะวิทยาการจัดการ สาขาการท่องเที่ยวจึงมีความสนใจเกี่ยวกับการเรียนรู้พฤติกรรมความขัดแย้งด้านวัฒนธรรมของบุคลากรภายในธุรกิจโรงแรม เกี่ยวกับการเรียนรู้วัฒนธรรม ค่านิยม ประเพณีของสังคมไทยอันดีงามให้สอดคล้องกับบริบททางสังคมไทย เพราะพฤติกรรมการแสดงออกของแต่ละบุคคลในสังคมปัจจุบันได้รับเอาวัฒนธรรมตะวันตกเข้าปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตและค่านิยมของสังคมไทย ซึ่งการแสดงออกด้านพฤติกรรมทางสังคมนั้นถือว่าเป็นสังคมของผู้มีเกียรติ (อมร สังข์นาค) เป็นสังคมแบบสยามเมืองยิ้มเพื่อนำมาพัฒนาธุรกิจด้านบริการ ให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมไทยอย่างยั่งยืน

๒. วัตถุประสงค์ของการวิจัย

เพื่อศึกษาความพึงพอใจต่อการเรียนรู้พฤติกรรมของบุคลากรด้านความขัดแย้งและวัฒนธรรมในการทำงานในธุรกิจโรงแรม

๓. ขอบเขตการศึกษา

ขอบเขตด้านเนื้อหา

การศึกษาครั้งนี้ เป็นการศึกษาความพึงพอใจต่อการเรียนรู้พฤติกรรมความขัดแย้งด้านวัฒนธรรมการทำงานของบุคลากรภายในธุรกิจโรงแรม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัด พระนครศรีอยุธยา กลุ่มตัวอย่างของการวิจัยคือ พนักงานทุกระดับชั้นในโรงแรม อำเภอ พระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยผู้วิจัยใช้การนำแบบสอบถามไปให้ผู้ตอบด้วยตนเอง ๔๐๐ ตัวอย่าง เพื่อเป็นการเรียนรู้พฤติกรรมความขัดแย้งด้านการจัดการวัฒนธรรมการทำงานของบุคลากรภายในโรงแรม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ขอบเขตด้านประชากร/กลุ่มตัวอย่าง

กลุ่มตัวอย่างประชากรเป็นพนักงานที่ทำงานในโรงแรมทุกระดับชั้น ๔๐๐ คน ซึ่งทั้งหมดมีความเกี่ยวข้องกับความพึงพอใจของบุคลากรด้านการเรียนรู้พฤติกรรมความขัดแย้งและวัฒนธรรมในการทำงาน  เพื่อนำไปพัฒนาพฤติกรรมของพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่ในการทำงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

๔. วิธีการดำเนินงานวิจัย

การเก็บรวบรวมข้อมูล

ในการวิจัยเรื่องการศึกษาความพึงพอใจต่อการเรียนรู้พฤติกรรมความขัดแย้งด้านวัฒนธรรมการทำงานของบุคลากรภายในธุรกิจโรงแรม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลของบุคลากรโรงแรมทุกระดับชั้นจำนวน ๔๐๐ คนเพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นความจริงถูกต้องและเชื่อถือได้ให้ครบถ้วนตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย

การวิเคราะห์ข้อมูล

แสดงคุณลักษณะของข้อมูล จำนวนค่าเฉลี่ย ค่าสูงสุด ค่าต่ำสุด และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาวิจัยครั้งนี้คือพนักงานโรงแรมใน อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างด้วยการหาค่าจากการคำนวณตามสูตรของ Yamane, 1967 ในการกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ ๙๕ ทําให้ได้ขนาดของกลุ่มตัวอย่างที่สามารถเชื่อถือได้จํานวน ๓๘๔.๑๖ คน แต่เพื่อความสะดวกในการสุ่มตัวอย่างแบบสอบถามจึงกำหนดเป็น ๔๐๐ ตัวอย่าง ซึ่งเป็นขนาดกลุ่มตัวอย่างที่เหมาะสมในการอ้างอิงกลุ่มประชากร

วิธีการสุ่มตัวอย่าง

ผู้วิจัยใช้เทคนิคการสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ที่เป็นพนักงานของโรงแรมทุกระดับชั้น จำนวณ ๔๐๐ คน และสุ่มโรงแรมที่ตั้งอยู่ในอำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่จะทำการเก็บรวบรวมข้อมูลของกลุ่มตัวอย่างแบบ (Simple Random Sampling) ซึ่งได้กลุ่มตัวอย่างโรงแรม ๘ แห่ง ได้แก่ โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ อยุธยา โรงแรมวรบุรีอโยธยาคอนเวนชั่นรีสอร์ท โรงแรมอโยธยาริเวอร์ไซด์ โรงแรมริเวอร์วิว เพลส โรงแรมไอยูเดีย ออน เดอะ ริเวอร์ โรงแรมศาลา อยุธยา โรงแรมคลาสสิค คามิโอ โฮเต็ล แอนด์ เซอร์วิส อพาร์ทเมนท์ อยุธยาและโรงแรมอโยธยา โดยผู้วิจัยทำการเก็บรวบรวมข้อมูลแบบสอบถามของพนักงานโรงแรมดังกล่าวแห่งละ ๕๐ ชุด เพื่อจะได้จำนวณขนาดกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด ๔๐๐ ชุด

๕. ผลการวิจัย

จากผลการวิจัยพบว่า บุคลากรส่วนใหญ่ในโรงแรมเป็นเพศหญิงคิดเป็นร้อยละ ๕๑.๗๕ มีจำนวน ๒๐๗ คน เพศชายคิดเป็นร้อยละ ๔๘.๒๕ มีจำนวน ๑๙๓ คน มีความพึงพอใจในการเรียนรู้พฤติกรรมของบุคลากรด้านความขัดแย้งและวัฒนธรรมในการทำงานในธุรกิจโรงแรม และจากการตอบแบบสอบถามโดยภาพรวม ผู้ตอบแบบสอบถามได้ให้ความสำคัญเรื่องความพึงพอใจในการทำงานที่มีอิสระมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ ๓๐.๕ ซึ่งมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ ๖.๐๐ และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานอยู่ที่ ๑.๒๗ รองลงมาคือ มีโอกาสในการตัดสินใจในการแก้ไขปัญหาต่างๆ เพื่อลดปัญหาความขัดแย้งในการปฏิบัติงาน คิดเป็นร้อยละ ๓๐ ซึ่งมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ ๖.๐๐ และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานอยู่ที่ ๑.๒๑ และสิ่งสุดท้ายบุคลากรสนใจในประเด็นการเปิดโอกาสให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมในการทำงานร่วมกัน คิดเป็นร้อยละ ๔๓.๓ ซึ่งมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ ๖.๐๐ และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานอยู่ที่ ๑.๐ ตามลำดับ

๖. การอภิปรายผล

การวิจัยดังกล่าวสอดคล้องกับผลการวิจัยของ มนภัทร บุษปฤกษ์ (๒๕๕๖) ในด้านการเรียนรู้พฤติกรรมความขัดแย้งด้านวัฒนธรรมการทำงานของบุคลากรภายในธุรกิจโรงแรม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบว่างานวิจัยในครั้งนี้บุคลากรส่วนใหญ่มีความพึงพอใจในการเลือกวิธีในการทำงาน ซึ่งสอดคล้องกับในงานวิจัยของ Dupnock (2010) เน้นการทำงานที่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ยังสอดคล้องกับงานวิจัยของ Wubuli (2009)  มีอิสระในการตัดสินใจทำงานและมีโอกาสทำงานด้วยตัวเอง เกิดความมั่นคงในการทำงานยังสอดคล้องกับงานวิจัยของ Rumman (2011) เกิดการหางานใหม่น้อยลงยังสอดคล้องกับงานวิจัยของ Toker (2011) กระตือรือร้นในการทำงานและสนุกกับงานทำให้เกิดความพึงพอใจในเรื่องของอัตราเงินเดือนที่ได้รับและสอดคล้องกับงานวิจัยของ Kahya (2007) และ Deadrick และ Gardner (2008)

๗. สรุปผลการวิจัย

การเรียนรู้พฤติกรรมความขัดแย้งด้านวัฒนธรรมและการบริการของบุคลากรภายในธุรกิจโรงแรม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อศึกษาความพึงพอใจในการเรียนรู้พฤติกรรมของบุคลากรด้านความขัดแย้งและวัฒนธรรมในการทำงานในธุรกิจโรงแรม พบว่าบุคลากรมีความพึงพอใจในการทำงานที่มีอิสระและเปิดโอกาสในการตัดสินใจในการแก้ไขปัญหาต่างๆ เพื่อลดปัญหาความขัดแย้งในการปฏิบัติงานและยังเปิดโอกาสให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมในการทำงานร่วมกัน ซึ่งเป็นผลดีต่อการพัฒนาองค์กร บุคลากรในโรงแรมและธุรกิจการบริการ

๘. ข้อเสนอแนะ

๑. ควรมีการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากรเพื่อเปรียบเทียบกับตำแหน่งงานที่ได้รับผิดชอบในธุรกิจการบริการใน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

๒. ควรมีการพัฒนาประสิทธิภาพในการทำงานต่อการตัดสินใจในการแก้ปัญหาความเสี่ยงในการปฏิบัติงานภายใต้สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงในกระบวนการจัดการธุรกิจโรงแรมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

๓. นักวิจัยและนักวิชาการควรมีการจัดฝึกอบรมในเรื่องวัฒนธรรมที่แตกต่าง การปรับตัวให้เข้ากับสังคมวัฒนธรรมอื่น และการเรียนรู้วัฒนธรรมในองค์กร

๙. เอกสารอ้างอิง

มนภัทร บุษปฤกษ์.  (๒๕๕๖).  ความสัมพันธ์ของรูปแบบการจัดการความขัดแย้งต่อความพึงพอใจในงานของพนักงานและผลของงานในโรงแรมระดับห้าดาวในกรุงเทพมหานคร.  วิทยานิพนธ์การจัดการมหาบัณฑิต วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล.

อมร สังข์นาค. (๒๕๕๕).  วิถีธรรมวิถีไทย.  ค้นเมื่อวันที่ วันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๕๘ จาก  www.nayoktech. ac.th/ ~amon/in11_2.html

Cerović, Z., Kvasić, S.G., Cerović, M.  (2011). The impact of national culture on the hotel organizational culture. Management International Conference. Retrieved January 14, 2016

Deadrick, D. & Gardner, D. (2008). Maximal and typical measures of job performance: an analysis of performance variability over time. Human Resource Management Review, 18(3), 133-145.

Dupnock, L. (2010). Independent restaurant employee job satisfaction in college towns. PhD, Indiana University of Pennsylvania. Retrieved August 16, 2012.

Kahya, E. (2007). The effects of job characteristics and working conditions on job performance. International Journal of Industrial Ergonomics, 37(6), 515-523.

Lee, B. & Lee, S. (2014). Ethical conflicts and cultural differences among employees in the hospitality industry, MBA Student Scholarship, 1-21. Retrieved January 13, 2016

Rumman, M. (2011). Factors affecting job satisfaction of the employees in travel and tourism companies in Amman. Euro Journals, 78-90.

Silverthorne, C. P.  (2005). Organizational psychology in cross-cultural perspective, New York University Press. New York and London.

Toker, B. (2011). Job satisfaction of academic staff: an empirical study on Turkey. Quality Assurance in Education, 19(2), 156-169.

Wubuli, A. (2009). A study on the factors affecting job satisfaction among employees of fast food restaurants. Master Thesis, University Utara Malaysia. Retrieved August 16, 2012

Xu, L. (2008). A framework for intercultural training in hotel workplaces. A dissertation, Auckland University of Technology, Retrieved January 13, 2016

Yamane T. (1967). Statistics, an introductory analysis. 2nd ed. New York: Harper and Ro

 

วารสารวิชาการอยุธยาศึกษาออนไลน์

บทความนี้ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการอยุธยาศึกษา ปีที่ ๘ ฉบับที่ ๑ / ๒๕๕๙ อ่านฉบับเต็มได้ที่ https://goo.gl/fNT6Vi

รับพิจารณาบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสารวิชาการอยุธยาศึกษา ศึกษารายละเอียดได้ใน http://jas.aru.ac.th/?page_id=2581

Leave a Comment

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติ HTML เหล่านี้ได้: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>