เจดีย์กับนักเลงแห่งถนนโรจนะ

จดหมายเหตุพระนครศรีอยุธยา: บันทึกเหตุการณ์สำคัญเพื่อเป็นความทรงจำร่วมกันของขาวอยุธยา

เจดีย์กับนักเลงแห่งถนนโรจนะ

โดย พัฑร์ แตงพันธ์
นักวิชาการศึกษา
สถาบันอยุธยาศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา

เมื่อใครสักคนหนึ่งพูดถึง “เจดีย์นักเลง” คนอื่นก็จะเข้าใจทันที ว่าหมายถึงเจดีย์องค์หนึ่งที่ตั้งอยู่กลางวงเวียนบนถนนโรจนะ ก่อนเข้าสู่ตัวเมืองพระนครศรีอยุธยา ที่เรียกขานกันเช่นนั้น เพราะเจดีย์องค์นี้ตั้งอยู่กลางถนนที่มีการจราจรคับคั่งตลอดทั้งวันโดยไม่หลีกหนี เมื่อผู้คนจะสัญจรผ่านก็จะต้องขับรถหลบเจดีย์ ประหนึ่งเป็นนักเลงที่ยืนกีดขวางกลางถนน ให้ผู้อื่นต้องหลบเลี่ยงไปทางอื่น

คำว่า “เจดีย์นักเลง” จึงถูกเรียกขานอย่างแพร่หลายในห้วงทศวรรษที่ผ่านมา ตั้งแต่เรียกกันด้วยความคะนอง กระทั่งกลายเป็นคำเรียกอย่างสามัญ โดยไม่ใคร่มีผู้ใดสนใจว่า เจดีย์องค์นี้มาตั้งอยู่กลางถนนได้อย่างไร

“เจดีย์” กับคนอยุธยา

เจดีย์นักเลง ที่กล่าวถึงกันนี้ ที่แท้มีชื่อว่า “เจดีย์วัดสามปลื้ม” เป็นเจดีย์ทรงระฆังแบบลังกา ที่ไม่ปรากฏหลักฐานทางเอกสารเกี่ยวกับประวัติการสร้าง เป็นเจดีย์รุ่นเก่าก่ออิฐไม่สอปูนแบบเจดีย์อโยธยา นักประวัติศาสตร์ศิลปะจึงสันนิษฐานว่า สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น (กรมศิลปากร, ๒๕๕๑, หน้า ๑๖๘) จึงเป็นโบราณสถาน ที่มีอายุมากกว่า ๖๐๐ ปี

แต่เดิมคนอยุธยา เรียกเจดีย์องค์นี้สั้นๆ ว่า “เจดีย์” ทุกคนจะเข้าใจตรงกันว่า หมายถึงสี่แยกวงเวียนเจดีย์วัดสามปลื้ม เช่น คำพูดที่ว่า “นั่งรถรอบเมืองไปลงที่เจดีย์” หรือ  “ไปซื้อกับข้าวที่เจดีย์” โดยไม่หลงคิดไปว่าเป็นเจดีย์องค์อื่น ทั้งที่อยุธยาเป็นเมืองโบราณ มีวัดและเจดีย์อยู่หลายองค์ก็ตาม

ย่านเจดีย์วัดสามปลื้ม เป็นศูนย์กลางการค้าขายขนาดย่อมๆ ของคนในบริเวณนั้น เพราะเป็นชุมทางที่สำคัญ คือทางทิศเหนือสามารถเดินทางไปยังเทศบาลเมืองอโยธยา และตลาดน้ำซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากแห่งหนึ่งของจังหวัด ทางด้านทิศใต้เป็นเส้นทางสัญจรไปยังวัดใหญ่ชัยมงคล และวัดพนัญเชิง ทางด้านตะวันออกเป็นเส้นทางสู่ทางหลวงหมายเลข ๓๒ (สายเอเชีย) และทิศตะวันตกมุ่งสู่ตัวเมืองอยุธยา

ย่านนี้จึงมีเป็นที่หยุดรถโดยสารหลายสาย และเป็นจุดรับส่งพนักงานที่ทำงานในนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ด้วย บริเวณนี้จึงเป็นแหล่งชุมชน และหอพัก เป็นแหล่งค้าขายอาหารและกับข้าว พร้อมด้วยร้านสะดวกซื้อตั้งรวมอยู่ในบริเวณนั้น โดยเฉพาะในช่วงเย็นที่นี่จะกลายเป็นตลาดที่ค่อนข้างคึกคัก มีผู้คนมาเลือกซื้ออาหารจากรถเข็น แผงลอย และร้านค้าในบริเวณนั้นอย่างจอแจ

นอกจากนี้ ย่านเจดีย์วัดสามปลื้มยังเป็นแหล่งธุรกิจ มีอาคารพาณิชย์ที่ขายสินค้าและบริการหลายชนิด เช่น ร้านวัสดุก่อสร้าง ร้านแก๊ส ร้านทอง ร้านขายยา คลินิกรักษาโรค ร้านค้าส่ง  และร้านรับจำนำ เป็นต้น

ภาพถ่ายทางดาวเทียม Google Earth บริเวณวงเวียนเจดีย์วัดสามปลื้ม
ภาพถ่ายทางดาวเทียม Google Earth บริเวณวงเวียนเจดีย์วัดสามปลื้ม

ที่มา: ชาวอยุธยาร่วมสามัคคีชุมชน ห่มผ้าเจดีย์วัดสามปลื้ม.  (๒๕๕๙, ๒๔ เมษายน).  มิติชน.

ที่มา: ชาวอยุธยาร่วมสามัคคีชุมชน ห่มผ้าเจดีย์วัดสามปลื้ม. (๒๕๕๙, ๒๔ เมษายน). มิติชน.

“เจดีย์” กับความศรัทธา

เจดีย์วัดสามปลื้ม เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวอยุธยา เป็นที่สักการะกราบไหว้ ขอพร ของผู้คนทั่วไป และผู้ประกอบกิจการการค้าต่างๆ ให้มีโชคลาภในการค้าขาย ส่วนข้าราชการที่จะเลื่อนตำแหน่งที่สูงขึ้นก็มักจะมาขอพร ให้ประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่เหมือนองค์พระเจดีย์ และมักแก้บนด้วยการถวายผ้าห่มองค์พระเจดีย์

การแสดงออกถึงความศรัทธาของผู้คนที่มีต่อเจดีย์วัดสามปลื้ม ได้ถูกสะท้อนจากประเพณีแห่ผ้าห่มองค์เจดีย์ ที่ชาวบ้านและร้านค้าต่างๆ ในย่านนั้น ร่วมกันจัดขึ้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของทุกปี และจัดมาเป็นระยะต่อเนื่องกว่า ๓๐ ปี  จนภายหลังได้รับการสนับสนุนจากเทศบาลเมืองอโยธยา องค์การบริหารส่วนจังหวัด ตลอดจนสื่อมวลชนหลายสำนัก

ผู้ร่วมพิธีจะเขียนชื่อของตน และครอบครัวบนผืนผ้าที่จะนำไปห่มองค์เจดีย์ ก่อนนำผืนผ้าชูไว้เหนือศีรษะ และแห่เวียนรอบเจดีย์สามรอบ พร้อมด้วยขบวนแห่แตรวง แล้วจึงนำผ้าขึ้นห่มองค์เจดีย์ โดยระหว่างการแห่ ก็จะมีประชาชน และนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ผ่านไปมา พากันจอดรถ และเดินร่วมขบวนแห่ไปรอบๆ เจดีย์ด้วย

นอกจากนี้ในช่วงค่ำคืนยังมีการปิดช่องทางการจราจรส่วนหนึ่ง เพื่อฉายหนังกลางแปลง หรือจัดการแสดงคอนเสิร์ตลูกทุ่ง  ลิเก หรือการแสดงต่างๆ ให้ชาวบ้าน และคนทั่วไปได้ชมอีกด้วย

จากพิธีกรรมและความเชื่อเหล่านี้ สะท้อนให้เห็นว่า คนในท้องถิ่นปฏิบัติต่อเจดีย์วัดสามปลื้มด้วยความเคารพศรัทธาเป็นอย่างยิ่ง

ซ้าย: เจดีย์วัดสามปลื้ม หลังการบูรณะ พ.ศ.๒๕๐๐  จากหนังสือโบราณวัตถุสถานทั่วราชอาณาจักรของกรมศิลปากร จากภาพแสดงให้เห็นพระพุทธรูปหิน ประดิษฐานอยู่ใต้ต้นไม้หน้าองค์เจดีย์ ขวา: เจดีย์วัดสามปลื้ม พ.ศ.๒๕๕๒  ตั้งตระหง่านอยู่กลางวงเวียน ที่มีการจราจรที่คับคั่ง  มีร่องรอยการกะเทาะของปูนที่หลุดร่วงไปตามกาลเวลา
ซ้าย: เจดีย์วัดสามปลื้ม หลังการบูรณะ พ.ศ.๒๕๐๐ จากหนังสือโบราณวัตถุสถานทั่วราชอาณาจักรของกรมศิลปากร จากภาพแสดงให้เห็นพระพุทธรูปหินประดิษฐานอยู่ใต้ต้นไม้หน้าองค์เจดีย์
ขวา: เจดีย์วัดสามปลื้ม พ.ศ.๒๕๕๒ ตั้งตระหง่านอยู่กลางวงเวียน ที่มีการจราจรที่คับคั่ง มีร่องรอยการกะเทาะของปูนที่หลุดร่วงไปตามกาลเวลา

นักเลงแห่งถนนโรจนะ

เดิมทีเจดีย์สามปลื้ม หาได้ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว และกีดขวางกลางถนนอย่างที่เป็นอยู่ในวันนี้ หากแต่เป็นเจดีย์ประธานของวัดสามปลื้ม ที่ประดิษฐานพระบรมอัฐิธาตุ โดยมีพระอุโบสถ และพระวิหาร รวมทั้งเจดีย์ต่างๆ รายรอบ ตามแบบอย่างองค์ประกอบของวัดทั่วไปในสมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งเมื่อดูจากที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของวัดแล้ว ถือเป็นวัดที่ตั้งอยู่ในชัยภูมิที่ดี สามารถเดินทางสะดวก เพราะทางด้านทิศตะวันตกของวัดติดกับคลองปากข้าวสาร และทางด้านทิศเหนืออยู่ใกล้คลองกระมัง ซึ่งเป็นเส้นทางสัญจรของผู้คนสมัยโบราณ

กระทั่งความสูญเสีย จากสงครามเสียกรุงศรีอยุธยา ครั้งที่ ๒ ใน พ.ศ.๒๓๑๐ ได้แปรเปลี่ยนให้วัดสามปลื้ม กลายสภาพเป็นวัดร้าง ตั้งอยู่กลางทุ่งนานมากกว่าศตวรรษ จนเมื่อเข้าสู่พุทธทศวรรษที่ ๒๔๘๐ อันเป็นห้วงเวลาที่รัฐบาลยุคหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง มีนโยบายพัฒนาระบบขนส่งทางรถยนต์ โดยการตัดถนนพหลโยธินมุ่งสู่หัวเมืองทางภาคเหนือ ดังนั้น ทางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงต้องตัดถนนเพื่อแยกจากถนนพหลโยธินที่บริเวณอำเภอวังน้อย มุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองพระนครศรีอยุธยา

ถนนสายนี้ ซึ่งมีชื่อเรียกภายหลังว่า “ถนนโรจนะ” ได้ตัดผ่านกลางวัดร้างหลายแห่งตามรายทาง รวมทั้งเจดีย์วัดสามปลื้ม ก่อนข้ามแม่น้ำป่าสักที่สะพานปรีดี-ธำรง เพื่อไปสิ้นสุดที่หน้าศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางตัวเมือง อันเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่มีโครงการวางผังเมืองใหม่ในเกาะเมืองอยุธยา เพื่อพัฒนาพื้นที่ให้เป็นแหล่งชุมชนเมือง

ช่วงเวลาดังกล่าว จึงนับว่าเป็นเวลาที่น่ากังวลว่า โบราณสถานหลายๆ แห่งในอยุธยา กำลังเสี่ยงต่อการถูกรื้อไถ เพื่อสร้างถนนหนทางให้เกิดความเจริญก้าวหน้า ตามนโยบายการพัฒนาบ้านเมืองยุคใหม่ ในขณะที่กรมศิลปากร ซึ่งเป็นหน่วยงานราชการที่มีบทบาทด้านทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม และสงวนรักษาโบราณสถานของชาติ ก็ได้มีความเคลื่อนไหว โดยส่งหลวงบริบาลบุรีภัณฑ์ หัวหน้ากองโบราณคดี เดินทางมาตรวจสอบโบราณสถานที่กำลังได้รับผลกระทบจากโครงการผังเมืองใหม่หลายแห่ง ทั้งในและนอกเกาะเมือง เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๘๓ และหนึ่งในรายการที่คณะของหลวงบริบาลบุรีภัณฑ์เดินทางมาตรวจสอบก็คือวัดสามปลื้มที่กำลังจะถูกถนนโรจนะตัดผ่านด้วย

ถัดจากนั้น ๑ ปี ได้มีประกาศ “แจ้งความกรมศิลปากร กำหนดจำนวนโบราณสถานสำหรับชาติ” ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ.๒๔๘๔ ปรากฏรายชื่อ วัดสามปลื้ม เป็น ๑ ใน ๓๘ โบราณสถานของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่ได้รับการขึ้นทะเบียนโบราณสถานแห่งชาติครั้งนี้ ทำให้เจดีย์องค์นี้ได้รับการคุ้มครอง มิให้บุคคลหรือหน่วยงานราชการทำลายหรือเปลี่ยนแปลงโบราณสถาน ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยโบราณสถาน ศิลปวัตถุ โบราณวัตถุ และการพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ กรมทางจึงตัดถนนโรจนะเรียบผ่านไปทางด้านเหนือขององค์เจดีย์

ต่อมาในรัฐบาลสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม ได้มีโครงการ “บูรณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา” ในช่วง พ.ศ.๒๔๙๙-๒๕๐๐ เพื่อฟื้นฟูจังหวัดพระนครศรีอยุธยาให้มีสภาพ “คืนดีดังเดิม” คือบูรณะวัด และถนนหนทางให้สามารถใช้งานได้อย่างดี สมเกียรติแห่งอดีตราชธานีของไทย

จอมพล ป. ได้มีคำสั่งผ่านคณะกรรมการบูรณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้บูรณะเจดีย์วัดสามปลื้มแห่งนี้ และพิจารณาให้สร้างอนุสาวรีย์สมเด็จ
พระเจ้าตากสินไว้ที่วงเวียนเจดีย์แห่งนี้ อันสอดคล้องกับเหตุการณ์ตอนที่สมเด็จพระเจ้าตากสิน ขณะยังดำรงตำแหน่งเป็น พระยาตาก ได้เคลื่อนพลผ่านบริเวณนี้ เพื่อมุ่งหน้าสู่หัวเมืองภาคตะวันออก ก่อนกลับมากอบกู้เอกราช รวมทั้งให้ปรับวงเวียน ให้มีศูนย์กลางอยู่ที่องค์เจดีย์ด้วย

นอกจากนี้ การปรับปรุงถนนสายที่ ๕ หรือถนนโรจนะช่วงในเกาะเมือง (ปัจจุบันคือ ถนนปรีดี พนมยงค์) ให้คล้ายกับถนนราชดำเนินในกรุงเทพฯ โดยมีการสร้างตึกแถวสองข้างถนนบริเวณเชิงสะพานปรีดี-ธำรง เลียนแบบนั้น เมื่อเปรียบแผนผังของถนนโรจนะที่อยุธยา กับถนนราชดำเนินในกรุงเทพฯ แล้ว เจดีย์วัดสามปลื้ม จึงเปรียบกลายๆ ได้กับอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ที่ตั้งตระง่านอยู่กลางจัตุรัสที่สำคัญก่อนเข้าสู่ศูนย์กลางตัวเมืองนั่นเอง

ทว่า โครงการบูรณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นโครงการใหญ่ที่มีแผนดำเนินงานหลายรายการ ซึ่งใช้งบประมาณจำนวนมาก ประกอบกับปัญหาทางการเมืองของไทยในช่วงเวลานั้น ทำให้ในที่สุด ก็บูรณะแต่เพียงองค์เจดีย์วัดสามปลื้มจนแล้วเสร็จ ด้วยงบประมาณ ๙๕,๐๐๐ บาท โดยไม่ได้มีการสร้างอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสินตามที่วางแผนไว้แต่ประการใด

อย่างไรก็ตาม  การดำเนินการของรัฐบาลในห้วงเวลานี้เอง ได้กำหนดบทบาทให้เจดีย์วัดสามปลื้มทำหน้าที่เป็น “จุดสังเกต” (landmark) หรือเป็น “หมายเมือง” โดยตั้งตระหง่านอยู่กลางสี่แยกสำคัญก่อนเข้าสู่ตัวเมือง คอยเป็นสัญลักษณ์ให้นักเดินทางรู้ว่าการเดินทางสู่เมืองพระนครศรีอยุธยาของเขาใกล้สิ้นสุดลงแล้ว

ภายหลังการคมนาคมในละแวกตัวเมืองพระนครศรีอยุธยา เริ่มคับคั่งมากขึ้น จึงมีการขยายถนนโรจนะออกไปจนสุดที่กว้างได้ ทำให้รถยนต์ รถโดยสาร และรถบรรทุกขนาดใหญ่ วิ่งผ่านไปมา สร้างแรงสั่นสะเทือน และสะสมรอยแตกร้าวให้กับองค์เจดีย์ อยู่ตลอดเวลา และภาพลักษณ์ขององค์เจดีย์องค์นี้ ในฐานะที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญในการเดินทางสู่ตัวเมืองอยุธยา ก็ยิ่งถูกลดทอนความลงไป ด้วยบรรดาป้ายโฆษณาน้อย-ใหญ่ และป้ายหลอดไฟ LED ขนาดยักษ์ ที่พากันช่วงชิงความสนใจจากสายตาของผู้คนที่สัญจรผ่านไปเสียสิ้น จนในที่สุดความหมายของเจดีย์องค์นี้ ก็กลายเป็น “นักเลง” ที่ยืนขวางกลางถนน ในสายตาของผู้คนที่สัญจรไป-มา นั่นเอง

เมื่อทบทวนจากข้อมูลที่ได้นำเสนอไปในบทความนี้ น่าจะเห็นแล้วว่า เจดีย์วัดสามปลื้มองค์นี้คือผู้ถูกกระทำให้จำต้องอยู่โดดเดี่ยวกลางถนนเช่นนั้น จึงสมควรแล้วหรือ ที่จะถูกคนรุ่นหลังกล่าวครหาว่าเป็น “เจดีย์นักเลง” อย่างไร้ความเคารพเช่นทุกวันนี้ และในทางกลับกัน ผู้ที่คู่ควรกับคำว่า “นักเลง” นั้น ควรจะหมายถึงใครต่อใครกัน ที่ตัดถนนผ่านกลางวัดจนเหลือแต่องค์เจดีย์อันโดดเดี่ยว และใครต่อใครกัน ที่ไม่เคยแยแสถึงการมาก่อน-มาหลัง ระหว่างถนนหรือเจดีย์ แล้วพากันคะนองปาก ปรักปรำเจดีย์ว่าเป็นนักเลง

แท้จริงแล้วใครกันที่ควรได้ชื่อว่าเป็น “นักเลง”

เจดีย์วัดสามปลื้ม โดย อัญชลี บ้ำสันเทียะ
เจดีย์วัดสามปลื้ม โดย อัญชลี บ้ำสันเทียะ

บรรณานุกรม

กรมศิลปากร.  (๒๕๕๑).  อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา.  กรุงเทพฯ: กรมฯ.

หอจดหมายเหตุแห่งชาติ. (๒๔๙๙).  การซ่อมแซมพระปรางวัดราชบูรณะและเจดีย์วัดสามปลื้มจังหวัดพระนครศรีอยุธยา.  ศธ.๒.๒.๑/๒๖

หอจดหมายเหตุแห่งชาติ. (๒๔๙๙-๒๕๐๐).  บันทึกการประชุมคณะกรรมการบูรณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ๒๔๙๙-๒๕๐๐.  ศธ.๐๗๐๑.๒๖.๑.๒/๑๕

ชาวอยุธยาสืบสานประเพณีร่วมห่มผ้าเจดีย์วัดสามปลื้ม.  (๒๕๕๙, ๒๔ เมษายน).  ข่าวสด.

ชาวอยุธยาร่วมสามัคคีชุมชน ห่มผ้าเจดีย์วัดสามปลื้ม.  (๒๕๕๙, ๒๔ เมษายน).  มิติชน.

แจ้งความกรมศิลปากร กำหนดจำนวนโบราณสถานสำหรับชาติ.  (๒๔๘๔, ๑๘ มีนาคม).  ราชกิจจานุเบกษา.  เล่ม ๕๘ หน้า ๕๘๓. 

เจดีย์วัดสามปลื้ม พ.ศ.๒๕๐๐.  (๒๕๐๐).  [ภาพนิ่ง].  ใน โบราณวัตถุสถานทั่วราชอาณาจักร. หน้า ง.  กรมศิลปากร.  


Leave a Comment

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติ HTML เหล่านี้ได้: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>