พระพุทธรูปเจ้าฟ้าเอกทัศน์ เจ้าฟ้าอุทุมพร พระพุทธรูปทรงเครื่องภาคใต้ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากอยุธยา

พระพุทธรูปเจ้าฟ้าเอกทัศน์ เจ้าฟ้าอุทุมพรพระพุทธรูปทรงเครื่องภาคใต้ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากอยุธยา

The Buddha Images of Prince Ekkathat and Prince Uthumphon: Southern Crowned Buddha Images Inspired by Ayutthaya Arts

วรวิทย์ สินธุระหัส / Worawit Sinturahas

ครูวิทยฐานะครูชำนาญการ

โรงเรียนสมโภชกรุงอนุสรณ์ (๒๐๐ปี) สำนักงานเขตสะพานสูง สังกัดกรุงเทพมหานคร

บทคัดย่อ

        พระพุทธรูปเจ้าฟ้าเอกทัศน์ เจ้าฟ้าอุทุมพร จากการศึกษาเปรียบเทียบกับงานศิลปกรรมพบว่า น่าจะมีอายุในสมัยอยุธยาตอนปลาย ราวพุทธศตวรรษที่ ๒๓ รูปแบบงานศิลปกรรมจัดว่าเป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องอย่างใหญ่ แต่ลวดลายประดับทั้งศิราภรณ์ เครื่องทรงกลับมีรูปแบบของพระพุทธรูปทรงเครื่องน้อยในสมัยอยุธยาตอนกลาง ความสัมพันธ์กับกรุงศรีอยุธยาจะเป็นเรื่องของการกัลปนาวัดในเมืองพัทลุงสมัยสมเด็จพระเจ้าบรมโกศ และตำนานในท้องถิ่น ลักษณะพิเศษ คือ เทริดแบบโนราภาคใต้ พระพักตร์แบบชาวใต้ เครื่องทรงอาจนำมาจากการแต่งกายของเจ้าเมือง การหล่อพระพุทธรูปน่าจะหล่อขึ้นเองในพัทลุง หรือโดยช่างจากกรุงศรีอยุธยาร่วมกับช่างในเมืองพัทลุง

คำสำคัญ: พระพุทธรูปเจ้าฟ้าเอกทัศน์ เจ้าฟ้าอุทุมพร,พระพุทธรูปทรงเครื่องภาคใต้

Abstract

When compared to the Ayutthaya arts, it is found that the Buddha Images of Prince Ekkathat and Prince Uthumphon would be traced back to the late Ayutthaya period, around 23rd century A.D.  They are heavily bejeweled crowned Buddha images while the ornamental designs of the crowns and royal apparels are similar to those of the slightly bejeweled crowned Buddha images in the middle Ayutthaya period.  These Buddha images are related to the Ayutthaya arts due to the Monastic Human Endowments (Kalpana) and local legends in Phatthalung during the reign of King Borommakot. Their remarkable features could be found in the Southern Nora tiaras, the southern faces, and the royal apparels applied from a governor’s costume. These Buddha images would be cast by the locals in Phatthalung, or together with Ayutthaya artisans.

Keywords: Buddha images of Prince Ekkathat and Prince Uthumphon, southern crowned Buddha image

บทนำ

         วัดท่าสำเภาเหนือ ตั้งอยู่หมู่ที่ ๔ ตำบลชัยบุรี จังหวัดพัทลุง ห่างจากเมืองเก่าเขาชัยบุรีประมาณ ๕ กิโลเมตร (ชัยวุฒิ พิยกูล, ๒๕๔๑, หน้า ๑๗๘) (ภาพที่ ๑)

001

ภายในวัดประดิษฐานพระพุทธรูปเจ้าฟ้าเอกทัศน์ เจ้าฟ้าอุทุมพร (ภาพที่ ๒) ทรงเครื่องต้นอย่างพระมหาจักรพรรดิ ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ภายในหอพระ วัดท่าสำเภาเหนือ ตำบลชัยบุรี อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง รูปแบบของงานศิลปกรรมเป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องอย่างใหญ่สมัยอยุธยาตอนปลาย การที่พบงานศิลปกรรมอยุธยานอกราชธานี ย่อมแสดงถึงพลังศรัทธาจากส่วนกลางสู่เมืองพัทลุงในสมัยอยุธยา ชื่อของตำบลชัยบุรีในปัจจุบัน คือเมืองโบราณของพัทลุงเก่าเขาชัยบุรี ร่วมสมัยกับกรุงศรีอยุธยา

002

คติการสร้างพระพุทธรูปทรงเครื่อง แสดงถึงสัญลักษณ์ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระพุทธรูปทรงเครื่องอย่างใหญ่ศิลปะอยุธยาตอนปลาย ความหมายสื่อว่า พระพุทธเจ้าตอนทรมานพระเจ้าชมภูบดีจะได้รับการยอมรับแพร่หลายมากที่สุด เห็นได้จากครั้งที่ราชทูตลังกาเข้ามายังกรุงศรีอยุธยาสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ เพื่อขอพระภิกษุไปบวชกุลบุตรชาวลังกา ครั้งนั้นราชทูตได้เห็นพระพุทธรูปทรงเครื่องก็ต่างพากันสงสัย เพราะไม่มีในลังกา จึงมีการอธิบายให้ราชทูตฟังว่า “พระพุทธพิมพ์ที่ทรงมงกุฎเช่นนี้ ได้มีปรากฏในมหาชมภูบดีวัตถุ ขอให้พระเจ้ากรุงลังกาทรงสร้างพระพุทธรูปทรงเครื่องเหมือนอย่างกรุงเทพมหานคร” (รุ่งโรจน์ ธรรมรุ่งเรือง, ๒๕๕๓, หน้า ๑๔๔ – ๑๔๕, อ้างถึง สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ, ๒๕๔๖, หน้า ๓๑๓) ลักษณะของพระพุทธรูปจะแสดงถึงเอกลักษณ์ของงานศิลปกรรมอยุธยาตอนปลาย หากปรากฏถึงพระพุทธรูปทรงเครื่องอย่างใหญ่ในเขตนอกราชธานีที่ไกลอย่างเมืองพัทลุงโบราณ คงจะมีความเกี่ยวข้องกันกับกรุงศรีอยุธยา ทั้งการเมืองการปกครอง การติดต่อเกี่ยวกับศาสนา รวมทั้งชื่อขององค์พระพุทธรูปที่เป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ มีการถวายพระนามมาตั้งแต่สร้างพระพุทธรูปหรือไม่ และรายละเอียดของรูปแบบงานช่างของพระพุทธรูปที่เกี่ยวข้องกับงานศิลปกรรมอยุธยา รายละเอียดของงานช่างที่เป็นความแตกต่างจากศิลปกรรมอยุธยาเป็นประเด็นในการศึกษา

จากที่มาดังกล่าว ผู้เขียนจึงขอนำเสนอประเด็นในการวิเคราะห์ศึกษา รูปแบบงานศิลปกรรมอยุธยาที่ปรากฏในพระพุทธรูปทั้งสององค์ ข้อมูลที่วิเคราะห์ถึงการติดต่อจากกรุงศรีอยุธยาสู่เมืองพัทลุง เกี่ยวกับการอัญเชิญพระพุทธรูปมายังวัดท่าสำเภาเหนือ รวมทั้งตำนานในท้องถิ่น ความเชื่อ ความศักดิ์สิทธิ์ขององค์พระพุทธรูปที่คนในชุมชนนับถือหวงแหน ซึ่งน่าจะเกิดคุณประโยชน์เกี่ยวกับการรักษาสมบัติชาติให้ยั่งยืนสืบไป

พระพุทธรูปเจ้าฟ้าเอกทัศน์ (ภาพที่ ๓) เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องอย่างพระมหาจักรพรรดิสำริด ประทับยืน ปางเปิดโลก พระพักตร์เรียวเป็นรูปไข่ พระขนงโก่ง พระเนตรมองต่ำ ทรงกรองคอ ทับทรวงพาหุรัด ทองพระกร รัดประคตทำเป็นลายดอกไม้ออกช่อก้านขด ศิราภรณ์ทรงเทริดคล้ายเทริดโนราทางภาคใต้

003

ถ้าเทียบกับเทริดโนราในปัจจุบัน (ภาพที่ ๔) เห็นว่าจะมีรูปแบบทำนองเดียวกันคือ มีขอบกระบังหน้า กระจังตรงเพดานเทริด มียอดเป็นปล้องๆ ด้านหลังเทริดประดับลายประจำยามออกช่อลายก้านขด (ภาพที่ ๕)

004

005

มีเส้นโค้งโผล่ออกมาประดับตรงกลางเป็นลายประจำยาม ซึ่งในจุดนี้อาจเป็นส่วนหนึ่งของการประดับทับทรวง สวรินทร์ วชิรนานนท์ ผู้เป็นช่างฝีมือในงานเครื่องประดับนาฏศิลป์ได้ให้ความเห็นว่าน่าจะเรียกว่าเส้นระย้าทับทรวง เครื่องประดับดั้งเดิมของโนราก็เป็นได้ (สวรินทร์ วชิรนานนท์, ๒๕๖๐, ๔ มิถุนายน) เส้นโค้งนี้เปรียบเทียบได้กับพระพุทธรูปทรงเครื่องน้อย ปางสมาธิ จัดแสดงในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา (ภาพที่ ๖) ฉลองพระบาทประดับลายประจำยามออกช่อลายก้านขด (ภาพที่ ๗)

006

007

ส่วนของเครื่องทรงมีร่องรอยการประดับกระจกสี เทียบรูปแบบได้กับพระพักตร์ ศิราภรณ์ เครื่องทรง ของพระพุทธนิมิตวิชิตมารโมลีศรีสรรเพชญบรมไตรโลกนาถ วัดหน้าพระเมรุ (ภาพที่ ๘)

008

 

การครองสังฆาฏิแบบห่มคลุมบางแนบพระวรกายแลเห็นอันตรวาสกที่มีหน้านางตกแต่งด้วยลายก้านต่อดอกและลายดอกจันทน์ (ชัยวุฒิ พิยะกูล, ๒๕๔๑, หน้า ๑๗๘, อ้างถึงในพิริยะ ไกรฤกษ์, ๒๕๓๑, หน้า ๙๔

พระพุทธรูปเจ้าฟ้าอุทุมพร (ภาพที่ ๙) เป็นพระพุทธรูปสำริด ประทับยืน พระหัตถ์ ปางประทานอภัย ขนาดองค์ย่อมกว่าพระพุทธรูปเจ้าฟ้าเอกทัศน์ พระพักตร์กลมรีเป็นรูปไข่ การครองสังฆาฏิแบบห่มคลุมบางแนบพระวรกาย นุ่งแบบหน้านาง แต่ไม่ประดับตกแต่งลวดลาย ศิราภรณ์ทรงเทริด ประกอบด้วยกระบังหน้าประดับลายก้านขด ขอบทำเป็นกลีบบัวยอดเทริดเป็นปล้องๆประดับกลีบบัว ด้านหลังเทริดประดับลายดอกไม้ออกช่อเป็นก้านขด (ภาพที่ ๑๐)

009

010

ทรงกุณฑล กรองศอ และทับทรวงประดับพลอย ภายในบรรจุลายดอกไม้ต่อด้วยก้านขด ทับทรวงทำเป็นกรอบหยักโค้ง (ภาพที่ ๑๑) ทรงพาหุรัด ทองพระกร มีร่องรอยการประดับกระจกสี ฉลองพระบาทประดับลายก้านขด (ภาพที่ ๑๒)

011

๑.วิเคราะห์รูปแบบงานศิลปกรรมของพระพุทธรูปเจ้าฟ้าเอกทัศน์ เจ้าฟ้าอุทุมพร

         ศิราภรณ์และเครื่องทรง

เทริดของพระพุทธรูปเจ้าฟ้าเอกทัศน์ มีลักษณะคล้ายกับเทริดโนราภาคใต้ เป็นระบบของการสวมเครื่องทรงศีรษะชั้นเดียว ไม่แยกระหว่างกระบังหน้ากับรัดเกล้า ซึ่งเป็นระบบเดียวกับศิราภรณ์สมัยอยุธยาตอนปลาย เป็นทรงแหลมขึ้นไปไม่ใช่กรวยเตี้ย การสวมคงจะยึดระบบตามอยุธยาตอนปลายที่มีการรวมกระบังหน้าเครื่องยอดที่เพรียวกว่าเดิม (วรวิทย์ สินธุระหัส, ๒๕๕๘, หน้า ๔๖ – ๔๗ ) กรรเจียกยังคงเป็นแบบครีบเรียบๆตามสมัยอยุธยาตอนกลาง แต่ขนาดใหญ่กว่า ซึ่งคงจะพัฒนาเป็นกรรเจียกที่มีรายละเอียดซับซ้อนขึ้นในภายหลัง ข้างหลังของเทริด ใส่ลายประจำยาม ออกลายก้านขด ลายก้านขดด้านหลังเทริดของเจ้าฟ้าเอกทัศน์เทียบรูปแบบได้กับลายก้านขดหลังชฏาของเทวดาไม้แกะสลักซึ่งเป็นรูปแบบของงานศิลปะในสมัยอยุธยาตอนปลาย (ภาพที่ ๑๒) แสดงให้เห็นว่าการทำลายก้านขดหลังศิราภรณ์ในสมัยอยุธยาตอนปลายได้รับความนิยม

013

ระบบการวางลายของศิราภรณ์แสดงถึงอิทธิพลของลวดลายสมัยอยุธยาตอนกลางเป็นต้นมา คือลายดอกไม้ กลุ่มลายดอกสี่กลีบ เทคนิคการทำเส้นนูนขึ้นมาและลวดลายมีการเคลื่อนไหวเป็นธรรมชาติ ซึ่งน่าจะมีการผสมผสานรูปแบบกับลายพันธุ์พฤกษาที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะจีนซึ่งปรากฏแล้วตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้น ตัวอย่างเช่น เศียรพระพุทธรูปที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา เมื่อเปรียบเทียบกันจะสังเกตได้ว่าส่วนกระบังหน้ามีการเดินเส้นนูนลวดลายดอกไม้ออกช่อก้านขดเช่นเดียวกัน (ศักดิ์ชัย สายสิงห์, ๒๕๕๖,หน้า ๔๑๔) (ภาพที่ ๑๔)

014

 

016

รูปกระบังหน้าเป็นเส้นนูนแบบเดียวกับพระพุทธรูปเจ้าฟ้าเอกทัศน์และเจ้าฟ้าอุทุมพร การออกแบบลายของช่างน่าจะใช้การแบ่งพื้นที่ของลายให้เป็นกรอบเส้นคู่ขนานประดับด้วยลายเม็ดประคำประดับกระบังหน้า ตามแบบของพระพุทธรูปทรงเครื่องน้อย (ศรินยา ปาทา, ๒๕๔๙, ๗๘ – ๗๙) ส่วนศิราภรณ์ทรงเทริดของพระพุทธรูปเจ้าฟ้าอุทุมพร ทำเป็นรูปแบบเดียวกันแต่พิจารณาแล้วเทริดของพระพุทธรูปเจ้าฟ้าเอกทัศน์มีความคล้ายกับเทริดโนราภาคใต้มากกว่า

การประดับกุณฑลเหมือนกับพระพุทธรูปทรงเครื่องน้อยคือห้อยตรง ต่างจากอยุธยาตอนปลายที่ห้อยลงมาแบบปลายงอน (ศักดิ์ชัย สายสิงห์, ๒๕๕๔,หน้า ๑๑๐) กรองศอของพระพุทธรูปทั้งสองจะทำเป็นกรอบหยักโค้งตกแต่งภายในด้วยลายพันธุ์พฤกษาก้านขดเป็นเส้น ทับทรวง กรอบหยักโค้ง ประดับพลอยสี องค์เจ้าฟ้าเอกทัศน์ทำเป็นกลีบประจำยาม องค์เจ้าฟ้าอุทุมพรจะประดับพลอยเป็นรูปดอกไม้ ลายก้านขด รูปแบบน่าจะสืบเนื่องมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนกลาง เพราะการประดับทับทรวงแบบนี้ ปรากฏในพระพุทธรูปทรงเครื่องน้อยสมัยอยุธยาตอนกลาง เช่น พระพุทธรูปทรงเครื่องน้อยปางประธานอภัย (ภาพที่ ๑๕) และทับทรวงของพระพุทธรูปทรงเครื่องน้อยปางประทานอภัยที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา (ภาพที่ ๑๖) ฉลองพระบาทมีลายพันธุ์พฤกษาเหมือนกันทั้งสององค์ นุ่งแบบจีบหน้านาง ผ้าทรงที่แนบพระวรกาย จะมีการตกแต่ง รัดประคต ประดับลายดอกไม้ ก้านขด ลายกระจัง ในส่วนนี้บ่งบอกถึงความเป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องอย่างใหญ่ที่มีการเพิ่มรายละเอียดให้มากขึ้น แต่พระพุทธรูปเจ้าฟ้าอุทุมพรจะไม่มีการตกแต่งผ้าทรง เหมือนพระพุทธรูปทรงเครื่องน้อยสมัยอยุธยาตอนปลาย

๒.  พระพุทธรูปเจ้าฟ้าเอกทัศน์ เจ้าฟ้าอุทุมพรกับความเกี่ยวข้องกับกรุงศรีอยุธยา

จากการบอกเล่าจากคนเฒ่าคนแก่ว่าสมัยเมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยาแตก พระเจ้าฟ้าอุทุมพรได้นำพระพุทธรูปจำนวนมากลอยมากับเรือสำเภาหลายลำ หากไปเกยฝั่งที่ไหนก็กลายเป็นพระพุทธรูปพระจำวัดนั้น เพราะท่านไม่อยากให้พม่ายึดไปเป็นสมบัติ หรือเผาทำลาย จนทุกวันนี้พระชุดเดียวที่ลอยเรือมาครานั้นกลายเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของคนภาคใต้ไปแล้ว ทั้งจังหวัดพัทลุง นครศรีธรรมราช และสงขลา พระพุทธรูปสองพระองค์นี้ เคยถูกคนร้ายลักขโมยไปแล้วตามกลับมาได้ ชาวบ้านในตำบลชัยบุรี และใกล้เคียงจึงเคารพนับถือกราบไหว้กันมากมาก (พุฒิพงค์ ตาแก้ว, ๒๕๖๐, ๒ มิถุนายน) ส่วนตำนานอีกกระแสหนึ่งคือ พระพุทธรูปทั้งสองพระองค์ หล่อขึ้นโดยพระบรมราชโองการของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ภายหลังการเสียกรุงครั้งที่ ๒ เพื่ออุทิศถวายเป็นพระพุทธรูปประจำพระองค์ ที่เป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระเจ้าบรมโกศ(พระมหาวิตร ฐานปุณฺโณ, ๒๕๖๐, ๑๕ กรกฎาคม)

จากตำนานวิเคราะห์ได้ว่าสภาพทางภูมิศาสตร์ของวัดท่าสำเภาเหนือ มีเส้นทางที่ใกล้กับคลองปากประ มีท่าเรือสำเภา ตามตำนานเล่าว่าเป็นเคยท่าเรือที่เรือสำเภาหรือเรือสินค้ามาเทียบท่าระยะห่างจากวัดประมาณ ๑๐๐ เมตร ที่ต่อกับทะเลสาบสงขลาที่ตำบลลำปำได้ (ชัยวุฒิ พิยกูล, ๒๕๔๑, ๑๘๓) แสดงถึงการติดต่อจากดินแดนภายนอก หากจะกล่าวถึงประเด็นที่เกี่ยวของกับศาสนาในพัทลุง น่าจะเป็นเรื่องการกัลปนาวัดเขาอ้อ ปัจจุบันอยู่ในตำบลมะกอกเหนือ อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง จากเหตุการณ์สมัยสมเด็จพระเจ้าบรมโกศ พ.ศ. ๒๒๘๔ เพราะเหตุว่าขุนศรีสมบัตินายกองสุราเข้าไปฟ้องว่า วัดสร้างมาก่อนแล้วร้างไป เมื่อสร้างพระอุโบสถเสร็จแล้วก็มีหนังสือบอกถวายพระราชกุศลให้ทรงทราบ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานพระพุทธรูปหล่อด้วยทองสำริดองค์หนึ่ง หล่อด้วยเงินองค์หนึ่ง (ชัยวุฒิ พิยกูล, ๒๕๔๑, ๑๐๓) อีกประเด็นคือภายหลังจากทำการบูรณะพระพุทธรูป และสร้างอุโบสถเสร็จแล้ว พระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ (พ.ศ. ๒๒๗๕ – ๒๓๐๑) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระพุทธรูป แก่วัดเขาอ้อ ที่ปัจจุบันเรียกว่า “เจ้าฟ้าอิ่ม เจ้าฟ้าดอกมะเดื่อ” ซึ่งในสมัยนั้นพระราชบังสัน (ตะตา) เป็นเจ้าเมืองครองพัทลุงเขาชัยบุรี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ โปรดให้เป็นพี่เลี้ยงของเจ้าฟ้าอิ่มและเจ้าฟ้าดอกมะเดื่อไปศึกษาวิทยาคม ณ วัดเขาอ้อ ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองพัทลุงเขาชัยบุรีไม่มากนัก (ถนอม พูลวงศ์, ๒๕๕๙, ๑๙๘ – ๒๑๘) เป็นไปได้ว่าครั้งนั้นอาจมีการพระราชทานให้สร้างพระพุทธรูปทรงเครื่องที่วัดท่าสำเภาเหนือด้วยก็เป็นได้ เพราะเหตุว่าชื่อเจ้าฟ้าเอกทัศน์ เจ้าฟ้าอุทุมพร อาจสร้างเพื่อถวายพระเกียรติแก่ เจ้าฟ้าอิ่ม เจ้าฟ้าดอกมะเดื่อ ซึ่งอาจเปลี่ยนชื่อภายหลัง

๓.     สรุป

พระพุทธรูปเจ้าฟ้าเอกทัศน์ เจ้าฟ้าอุทุมพร จัดได้ว่าเป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องอย่างใหญ่สมัยอยุธยาตอนปลาย ควรจะกำหนดอายุได้ตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๒๓ เป็นต้นมา เพราะมีรูปแบบทางศิลปกรรมอยุธยาตอนปลายอย่างศิราภรณ์ทรงเทริด สวมแบบชั้นเดียว ไม่แยกระหว่างรัดเกล้ากับกระบังหน้า ยอดเทริดยืดสูงขึ้น ไม่ทำเป็นรัดเกล้า การประดับเครื่องทรงมากชิ้นทั้งกรองศอ ทับทรวง สร้อย พาหุรัด ทองพระกร รัดประคต ฉลองพระบาท ผ้าทรงแบบนุ่งจีบที่มีการประดับลวดลาย มีการสืบเนื่องในเรื่องของลวดลายประจำยามก้านขด ลายพันธุ์พฤกษาที่ประดับบนศิราภรณ์ เครื่องทรง กุณฑลห้อยแบบตรง จากพระพุทธรูปทรงเครื่องน้อยสมัยอยุธยาตอนกลางในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๒๑ ครีบของเทริดที่ยังไม่เป็นกรรเจียก กุณฑลที่ห้อยตรง เพราะงานสมัยอยุธยาตอนปลายจะห้อยแบบปลายงอน ที่น่าสังเกตคือ พระพุทธรูปมีความเป็นงานศิลปะท้องถิ่น อย่างพระพักตร์ถึงแม้จะมองต่ำแต่ก็มีพระเนตรโตแบบชาวภาคใต้ พระเนตรไม่เรียวเท่าพระพุทธรูปทรงเครื่องทางกรุงศรีอยุธยา ฝีมือด้านงานช่างค่อนข้างประณีต ประเด็นนี้คงเป็นได้ว่า ช่างที่หล่อพระคงมีความชำนาญระดับครู ซึ่งอาจจะหล่อขึ้นที่เมืองพัทลุง โดยทางกรุงศรีอยุธยาได้จัดส่งช่างมาร่วมกันออกแบบกับช่างในเมืองพัทลุง หรือเป็นช่างในท้องถิ่นเองที่มากด้วยฝีมือก็เป็นได้ ถ้าเชื่อว่าอัญเชิญมาจากกรุงศรีอยุธยานั้น ก็คงเป็นการออกแบบจากช่างที่ได้ศึกษาลักษณะการแต่งกายของเจ้าเมืองในเวลานั้น เครื่องทรงที่เห็นนั้นคงรับต้นแบบมาจากเครื่องทรงที่นิยมกันในบรรดาเจ้าเมืองทางภาคใต้ก็เป็นได้ คติการสร้างพระพุทธรูปก็คงจะเป็นการถวายเกียรติ พระบารมีเปรียบพระองค์เป็นพระพุทธเจ้า แผ่พระมหากรุณาจากเมืองหลวงสู่หัวเมือง การเรียกถวายพระนามยังคงเป็นชั้นเจ้าฟ้า พระพุทธรูปองค์โตอาจหมายถึงพระเชษฐา พระพุทธรูปองค์เล็กกว่าคือพระอนุชา คงเป็นการระลึกถึงพระราชโอรสในสมเด็จพระเจ้าบรมโกศเพื่อเป็นสิริมงคลแก่เมืองพัทลุง ปัจจุบันเมื่อประชาชนได้เข้าไปกราบไหว้ก็จะเสมือนหนึ่งได้ถวายบังคมพระเจ้าแผ่นดินของกรุงศรีอยุธยา

ลักษณะที่เป็นพิเศษของท้องถิ่นคือ ศิราภรณ์แบบเทริดโนรา พระพักตร์คล้ายบุคคลในท้องถิ่นภาคใต้ สันนิษฐานว่าคงเป็นการออกแบบของช่างในพัทลุงเอง หรือมีการนำช่างมาจากกรุงศรีอยุธยามาร่วมกันออกแบบตกแต่งร่วมกับช่างในเมืองพัทลุง ซึ่งอาจเป็นเครื่องแต่งตัวของเจ้าเมืองทางภาคใต้ในสมัยนั้นเพราะการสร้างพระพุทธรูปทรงเครื่องย่อมแสดงถึงความเป็นจักรพรรดิ และอาจสอดคล้องกับคติความเชื่อพระพุทธเจ้าตอนทรมานพระเจ้าชมภูบดี ที่คงจะนิยมมากในสมัยอยุธยาตอนปลาย เพื่อเป็นแนวคิดในการหล่อพระพุทธรูปสองพระองค์นี้ ส่วนของตำนานนั้นที่มาตั้งแต่เมื่อใดไม่อาจทราบได้ ซึ่งมิตรงกับเอกสาร หากแต่ใครได้ทราบตำนานเล่าขานจากท้องถิ่นในพัทลุงกับความสัมพันธ์กับกรุงศรีอยุธยา ก็น่าจะเกิดความศรัทธาในองค์พระพุทธรูปที่มีอายุเก่าแก่ ตั้งแต่ปลายกรุงศรีอยุธยา รวมทั้งความเชื่อเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์ที่พระพุทธรูปถูกโจรกรรมแล้วนำกลับมาได้ ในส่วนนี้น่าจะเกิดประโยชน์การสร้างความรัก ภาคภูมิใจในท้องถิ่นของตน และเป็นการดูแลรักษาศิลปวัตถุอันมีค่านี้ ให้คงอยู่คู่พัทลุงสืบไป

บรรณานุกรม

ชัยวุฒิ พิยกูล.  (๒๕๔๑).  ประวัติศาสตร์และโบราณคดีเมืองพัทลุงเก่าเขาชัยบุรี อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง.  สงขลา: สถาบันทักษิณคดีศึกษา มหาวิทยาลัยทักษิณ.

ถนอม พูลวงศ์.  (๒๕๕๙).  ประวัติศาสตร์เมืองพัทลุง.  กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์.

ฐานข้อมูลโบราณวัตถุออนไลน์ สถาบันวัฒนธรรมศึกษากัลยาณิวัฒนา.  (๒๕๖๐).  เทริดโนรา. ค้นเมื่อ ๓ มิถุนายน ๒๕๖๐, จาก culture.pn.psu.ac.th/ antiquePGICT_antique.detail.php?=43

พุฒิพงค์ ตาแก้ว.  (๒๕๖๐, ๒ มิถุนายน).  สัมภาษณ์.

พระมหาวิจิตร ฐานปุณฺโณ.  (๒๕๖๐, ๒ กรกฎาคม).  เจ้าอาวาส วัดท่าสำเภาเหนือ พัทลุง.  สัมภาษณ์.

รุ่งโรจน์ ธรรมรุ่งเรือง.  (๒๕๕๓).  พระพุทธปฏิมาสยาม.  กรุงเทพฯ: มิวเซียมเพรส.

วรวิทย์ สินธุระหัส. (๒๕๕๘).  เทริดโนรามาจากกรุงศรีอยุธยาหรือไม่?,  วารสารวิชาการอยุธยาศึกษา.  ปีที่ ๗ (ฉบับที่ ๒), ๔๖ – ๔๗.

สิริพรรณ ธิรศริโชติ.  (๒๕๔๒).  นำชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา.  กรุงเทพฯ: สำนักโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม

__________.  (๒๕๕๒).  ประวัติศาสตร์ศิลปะไทย (ฉบับย่อ) : การเริ่มต้นและการสืบเนื่องงานช่างในศาสนา.  (พิมพ์ครั้งที่ ๔).  กรุงเทพฯ: เมืองโบราณ.

สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร.  (๒๕๕๑).  วัดเบญจมบพิตรและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ วัดเบญจมบพิตร พระพุทธรูปสำคัญ ณ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม.  กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร.

สวรินทร์ วชิรนานนท์.  (๒๕๖๐, ๙ มิถุนายน).  สัมภาษณ์.

ศรินยา ปาทา.  (๒๕๔๙).  พระพุทธรูปทรงเครื่องน้อย จากพระอุระและพระพาหาซ้ายของพระมงคลบพิตรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา.  กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร.

ศักดิ์ชัย สายสิงห์.  (๒๕๕๔).  พระพุทธรูปสำคัญและพุทธศิลป์ในดินแดนไทย.  กรุงเทพฯ: เมืองโบราณ.

_____________.  (๒๕๕๖).  พระพุทธรูปสำคัญในประเทศไทย รูปแบบ พัฒนาการ และความเชื่อ ของคนไทย.  กรุงเทพฯ: สมาพันธ์

ภาพนิ่ง

พระพุทธนิมิตวิชิตมารโมลีศรีสรรเพชญบรมไตรโลกนาถ.  (๒๕๕๙).  (ภาพนิ่ง).  พระนครศรีอยุธยา: ศศิวิมล วอนแม้น.

พระพุทธรูปทรงเครื่องน้อย ปางสมาธิ จัดแสดงในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา.  (๒๕๖๐).  (ภาพนิ่ง).  พระนครศรีอยุธยา: ประพฤทธิ์ รื่นยศ.

พระพุทธรูปเจ้าฟ้าเอกทัศน์ เจ้าฟ้าอุทุมพร วัดท่าสำเภาเหนือ พัทลุง.  (๒๕๖๐).  (ภาพนิ่ง).  พัทลุง:  วากร เครือแก้ว.

พระพุทธรูปเจ้าฟ้าเอกทัศน์ วัดท่าสำเภาเหนือ พัทลุง.  (๒๕๖๐).  (ภาพนิ่ง).  พัทลุง:  ทิวากร เครือแก้ว.

ด้านหลังเทริดพระพุทธรูปเจ้าฟ้าเอกทัศน์ วัดท่าสำเภาเหนือ พัทลุง.  (๒๕๖๐).  (ภาพนิ่ง).  พัทลุง: ทิวากร เครือแก้ว.

ทับทรวงพระพุทธรูปเจ้าฟ้าเอกทัศน์ วัดท่าสำเภาเหนือ พัทลุง.  (๒๕๖๐).  (ภาพนิ่ง).  พัทลุง: ทิวากร เครือแก้ว.

พระพุทธรูปเจ้าฟ้าอุทุมพร วัดท่าสำเภาเหนือ พัทลุง.  (๒๕๖๐).  (ภาพนิ่ง).  พัทลุง: ทิวากร เครือแก้ว.

 

บทความนี้ ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการอยุธยาศึกษา
ปีที่ ๙ ฉบับที่ ๒ กรกฎาคม-ธันวาคม ๒๕๖๐

– อ่านออนไลน์

– ดาวโหลด PDF jas9_2_2560

รับพิจารณาบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสารวิชาการอยุธยาศึกษา ศึกษารายละเอียดได้ใน http://jas.aru.ac.th/?page_id=2581

Leave a Comment

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติ HTML เหล่านี้ได้: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>