ทวีป ดวงนิมิตร : ปราชญ์ชาวบ้านด้านงานแกะสลักไม้ลายไทย กับการถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น

ทวีป ดวงนิมิตร : ปราชญ์ชาวบ้านด้านงานแกะสลักไม้ลายไทยกับการถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น

Thaweep Dungnimit : the local wisdom of Thai wooden handicraft and his transfer the knowledge of the local wisdom

ธรรมรัตน์ ศรีสุนทรพาณิชย์ / Thammarat Srisunthornpanich

ธรรม์มยุรา สุรัติสุพพัต / Thammayura Surattisupapat

บทคัดย่อ

          บทความนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางการถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นงานหัตถกรรมแกะสลักไม้ลายไทย ของหมู่บ้านทุ่งมะขามหย่อง ใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก ของ นายช่างทวีป ดวงนิมิตร ผู้ที่ได้รับการยอมรับจากชาวบ้านในท้องถิ่นตำบลบ้านใหม่ อำเภอเมืองพระนครศรีอยุธยา จังหวัดอยุธยา ให้เป็นปราชญ์ชาวบ้านด้านงานแกะสลักไม้ลายไทย เป็นผู้ประสบความสำเร็จจากการประกอบอาชีพแกะสลักไม้ลายไทย เป็นอาชีพหลัก สามารถช่วยยกระดับฐานะทางเศรษฐกิจของครอบครัวและชุมชนจากอาชีพนี้  ด้วยความรู้สามารถที่ได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้จากครอบครัวและชุมชน ประกอบกับการการลงมือกระทำจริง สั่งสม ประสบการณ์ จนได้รับความไว้วางในจากผู้นำชุมชนถ่ายทอดองค์ความรู้การเขียนลายไทยให้เยาวชนในท้องถิ่นผ่านกระบวนการศึกษาในโรงเรียนปฐมวิทยาคาร สถานบันการศึกษาระดับชุมชนที่ นายช่างทวีป ดวงนิมิตร เคยศึกษาในวัยเด็ก เปลี่ยนบทบาทจากผู้เคยรับการถ่ายทอดเปลี่ยนบทบาทมาเป็นผู้ถ่ายทอดด้วยตนเอง 

คำสำคัญ :  ทวีป ดวงนิมิต ปราชญ์ชาวบ้าน ‘งานแกะสลักไม้ลายไทย การถ่ายทอดองค์ความรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่น

Abstract

This article aims to study the local wisdom of Thai wooden handcraft of Thung Ma Kam Yong  village in Ban Mai sub-district, Phra Nakhon Si Ayutthaya Ayutthaya district. The research methodology draws from reference materials and field studies by making  the in-depth interview. Thaweep Dungnimit,  who received recognition from villagers as a local wisdom villager of Thai wood carving,  has succeed in Thai carved wooden maker that can help improve the economic status of families and communities. Thai wood carving skills can be transferred from family and community including the practical action. Because of his experience  and  knowledge community leaders have invited him to transfer  the knowledge of Thai style sketching and basic of Thai wooden carving  to local youth through the educational process in Prathomvitayakan school. Community-based educational institution where Thaweep Dungnimit  has studied in childhood, changes the role of the person who has been transformed to be a self-conveyor.

Key Word: Thaweep Dungnimit, a local wisdom villager, Thai wood carving, transfer  the knowledge, the local wisdom

บทนำ

สืบเนื่องจากบทความเรื่อง หัตถกรรมการแกะสลักไม้แห่งบ้านใหม่ทุ่งมะขามหย่อง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กับการสืบทอดภูมิปัญญาสู่เยาวชนรุ่นใหม่ ของวารสารวิชาการ อยุธยาศึกษา ปีที่ ๙ ฉบับที่ ๑ มกราคม-มิถุนายน ๒๕๖๐ นั้น

เป็นบทความเรื่องแรกที่ผู้เขียนมีโอกาสได้ลงพื้นที่สัมผัสกับวิถีชีวิตของคนในหมู่บ้านแกะสลักบ้านใหม่ทุ่งมะขามหย่อง อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทำให้มีความสนใจที่จะค้นคว้าเจาะลึกวัฒนธรรมท้องถิ่น เกี่ยวกับงานหัตถกรรมแกะสลักไม้ลวดลายไทย ว่ามีแนวทางการถ่ายทอดสืบสานวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างไร โดยในครั้งนี้ ผู้เขียนได้มีโอกาสสัมภาษณ์เชิงลึกนายช่างทวีป ดวงนิมิตร ซึ่งเป็นชาวบ้านในท้องถิ่นที่ยังคงยึดอาชีพแกะสลักไม้ลายไทยเป็นอาชีพหลักในการเลี้ยงดูครอบครัว ทั้งยังสามารถยกระดับฐานะทางเศรษฐกิจจากอาชีพนี้ได้ด้วย

ผู้เขียนเลือกนายช่างทวีป ดวงนิมิตร เป็นผู้ให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการถ่ายทอดองค์ความรู้งานศิลปหัตถกรรม
การแกะสลักไม้ ด้วยเหตุผลสำคัญดังนี้

(๑) ยังประกอบอาชีพแกะสลักไม้ลายไทย เป็นอาชีพหลักในการเลี้ยงดูครอบครัว

(๒) เป็นผู้นำ ช่างแกะสลักของประเทศไทย จำนวน ๓๐ คน ไปทำงานเป็นช่างแกะสลักเฟอร์นิเจอร์ไม้ในวังของสุลต่านฮัจญี ฮัสซานัล โบลเกียห์ ประเทศบรูไน ช่วงปี ๒๕๓๐ ถึง ปี ๒๕๔๑

(๓) ปัจจุบันนายช่างทวีป ดวงนิมิตร เป็นผู้ที่ได้รับความไว้วางจากผู้นำท้องถิ่น คือ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านใหม่ ถ่ายทอดองค์ความรู้ตั้งแต่ระดับพื้นฐานตั้งแต่เขียนลายไทย การใช้เครื่องมือให้กับนักเรียน โรงเรียนปฐมวิทยาคาร ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำท้องถิ่นและเป็นที่ปรึกษาให้กับโรงงานอุตสาหกรรมแกะสลักไม้ในตำบลบ้านใหม่

 (๔) เป็นปราชญ์ชาวบ้านที่คอยให้คำแนะนำเกี่ยวกับเทคนิคการแกะสลักลายไม้ ลวดลายต่างๆ ให้กับช่างฝีมือในหมู่บ้าน ตำบลบ้านใหม่ ว่าควรใช้เครื่องมือชนิดใด ใช้สิ่วหน้าใดที่ช่วยลดเวลาและสร้างลวดลายได้ง่ายขึ้น และ

 (๕) นายช่างทวีป ดวงนิมิตร ได้พัฒนาเครื่องมือ ประดิษฐ์เครื่องมือขึ้นใช้ คือ สิ่วตัววี ที่ช่วยสร้างลวดลายงานแกะสลักไม้ให้ง่ายขึ้น

บทความนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาแนวทางการถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นงานหัตถกรรมแกะสลักไม้ลายไทย ของหมู่บ้านทุ่ง[1]มะขามหย่อง[2] ตำบลบ้านใหม่ อำเภอเมืองพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ของนายทวีป ดวงนิมิต โดยแบ่งบทความ ออกเป็น เรื่องความหมายของภูมิปัญญากับกระบวนการเรียนรู้ของมนุษย์ ประวัติครอบครัวนายช่างทวีป ดวงนิมิต และจุดเริ่มต้นองค์ความรู้เกี่ยวกับการแกะสลักไม้ ความก้าวหน้าในอาชีพและการแกะสลักไม้  การพัฒนาการแกะสลักไม้ลายไทยและการถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เยาวชน

 .ความหมายของภูมิปัญญาท้องถิ่นกับกระบวนการเรียนรู้ของมนุษย์

          คำว่า “ภูมิปัญญา” ตรงกับคำศัพท์ภาษาอังกฤษ ว่า “Wisdom”  มีความหมายว่า ความรู้ ความสามารถความเชื่อ ความสามารถทางพฤติกรรมและความสามารถในการแก้ไขปัญหาของมนุษย์ ส่วนคำว่า “ท้องถิ่น” ตรงกับคำศัพท์ภาษาอังกฤษ ว่า “Local” หมายถึง ท้องถิ่นใดท้องถิ่นหนึ่งโดยเฉพาะ ไม่สามารถกำหนดว่ามีขนาดพื้นที่หรือจำนวนประชากรหรือสิ่งต่างได้ว่าเป็นเท่าใด

          ภูมิปัญญา หมายถึง พื้นฐานความรู้ความสามารถ ความคิด ความเชื่อ ความสามารถทางพฤติกรรม ความสามารถในการแก้ไขปัญหา โดยใช้ประสบการณ์ที่สั่งสมไว้ในการปรับตัว และดำรงชีพในสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ โดยใช้ประสบการณ์ที่สั่งสมไว้ในการปรับตัว และดำรงชีพในสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมทางสังคมและวัฒนธรรมที่ได้มีการพัฒนาสืบสานกันมา อันเป็นผลของการใช้สติปัญญาปรับตัวให้เข้ากับสภาพต่าง ๆ ในพื้นที่ที่กลุ่มชนเหล่านั้นตั้งถิ่นฐานอยู่ รวมทั้งได้มีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับกลุ่มอื่นๆ

          ภูมิปัญญาจัดเป็นทุนทางวัฒนธรรมที่มีความสำคัญยิ่งของมนุษย์ สิ่งดังกล่าวสั่งสมงอกงามขึ้นจากความรู้ ประสบการณ์ ผนวกด้วยความเฉียบคมในการหยั่งรู้อย่างลุ่มลึก เพื่อการปรับเปลี่ยนสภาพทรัพยากรและองค์ความรู้ที่มีอยู่เดิมให้เพิ่มพูนคุณค่าขึ้นอย่างสอดคล้องและเหมาะสมกับบริบทต่างๆ ของชุมชน ท้องถิ่นและสังคมของตน (ชวน เพชรแก้ว, ๒๕๔๗)

          ภูมิปัญญาท้องถิ่น หมายถึง ความรู้ประสบการณ์ของประชาชนในท่องถิ่น ซึ่งได้รับการศึกษาอบรมสั่งสมและถ่ายทอดจากบรรพบุรุษ หรือเป็นความรู้ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจากประสบการณ์ตรงของตนเองซึ่งได้เรียนรู้จากการทำงาน จากธรรมชาติแวดล้อม สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่มีคุณค่าเสริมสร้าง ความสามารถ ทำให้คนมีชีวิตร่วมกันอย่างสันติสุข เป็นความรู้ที่สร้างสรรค์และมีส่วนเสริมสร้างการผลิต (ชลทิพย์ เอี่ยมสำอาง และวิศินี ศิลาตระกูล, ๒๕๓๔) 

          ภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นรากฐานการดำรงชีวิตของกลุ่มชนที่สำคัญยิ่ง เพราะภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นสรรพวิชาความรู้ทั้งหมดที่ชุมชนท้องถิ่นใช้แก้ปัญหาหรือจรรโลงชีวิตของเขา ไม่ว่า ความรู้ที่มีการสั่งสม มีการประยุกต์ใช้มายาวนาน หรือ ความรู้ที่ชุมชนท้องถิ่นรับมาจากภายนอกล้วนแต่เป็นความรู้ที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้วว่าเข้ากันได้ดีกับวิถีด้านอื่นๆของชุมชนท้องถิ่น (ชวน เพชรแก้ว, ๒๕๔๗)

          สำนักงานคณะกรรมการศึกษาแห่งชาติ (๒๕๔๕) ได้ให้ความหมายของภูมิปัญญาท้องถิ่น ไว้ดังนี้ คือ

          ๑. ความรู้ ความสามารถ ความเชื่อ ความสามารถทางพฤติกรรมและความสามารถในการแก้ไขปัญหาของมนุษย์

          ๒. ความรู้ ความคิด ความเชื่อ ความสามารถ ความจัดเขนที่กลุ่มชนได้จากประสบการณ์ที่สั่งสมไว้ในการปรับตัวและดำรงชีพตามสภาพแวดล้อมของธรรมชาติ

          ๓. ภูมิปัญญาเป็นเรื่องที่สั่งสมกันมาตั้งแต่อดีต และเป็นเรื่องของการจัดการความสัมพันธ์ระหว่างคนกับคน คนกับธรรมชาติแวดล้อม คนกับสิ่งเหนือธรรมชาติโดยผ่านกระบวนการทางจารีต ประเพณี การทำมาหากิน และพิธีกรรมต่างๆ เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างความสัมพันธ์เหล่านี้ เป้าหมายก็คือ เพื่อให้เกิดความสุขทั้งในส่วนที่เป็นชุมชน หมู่บ้าน และในส่วนที่เป็นปัจเจกของชาวบ้านเอง หากเกิดปัญหาทางด้านความไม่สมดุลกันขึ้น ก็จะก่อให้เกิดความไม่สงบสุขทั้งในส่วนสังคม และในส่วนที่เป็นปัจเจกของชาวบ้านเอง

          ๔. ประสบการณ์ในการประกอบอาชีพ ในการศึกษาเล่าเรียน การที่ชาวบ้านรู้จักวิธีการทำนา การไถนา การนำกระบือมาใช้ไถนา ก็เรียกว่า ภูมิปัญญา ทั้งสิ้น

          คามสำคัญของภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งเป็นวัฒนธรรม เป็นความรู้ที่สั่งสมจากการปฏิบัติจริงในห้องทดลองทางสังคม เป็นความรู้ดังเดิมที่ถูกค้นพบมีการทดลองใช้ แก้ไข ดัดแปลง จนเป็นองค์ความรู้ที่สามารถแก้ปัญหาในการดำเนินชีวิตและถ่ายทอดสืบต่อกันมา

          กล่าวโดยสรุป ภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นภูมิปัญญาในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง ซึ่งผ่านกระบวนการเรียนรู้ การถ่ายทอดภายในชุมชน เป็นความรู้ความสามารถที่ผ่านการสั่งสมเรียนรู้ ลองถูกลองผิดจากการปฏิบัติจริง ประยุกต์ใช้ทรัพยากรต่างๆ ให้สอดคล้องสมดุลกับวิถีชีวิตของสังคมนั้น กรณีหมู่บ้านแกะสลักไม้บ้านทุ่งมะขามหย่อง จึงถือเป็นตัวอย่างหนึ่ง ของภูมิปัญญาท้องถิ่นของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

กระบวนการเรียนรู้ตามธรรมชาติของมนุษย์ (เอกวิทย์ ณ ถลาง, ๒๕๔๐) ได้สรุปไว้ ดังนี้คือ

๑. การลองผิดลองถูก มนุษย์เรียนรู้ที่จะดำรงชีวิตและการรักษาเผ่าพันธุ์ของตนให้อยู่รอดด้วยการลองผิดลองถูก ในการหาอาหาร ต่อสู้กับภัยธรรมชาติ จึงสั่งสมความรู้ ความเข้าใจของตนแล้วถ่ายทอดให้กับลูกหลานเผ่าพันธุ์ของตน

๒. การลงมือกระทำจริง มนุษย์เรียนรู้ ด้วยการลงมือกระทำจริง ในสถานการณ์และสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่จริง เช่น การเดินทาง ปลูกพืช สร้างบ้าน ต่อสู้กับภัยอันตราย

๓. การถ่ายทอดความรู้ การเรียนรู้จากการกระทำจริงได้พัฒนาต่อเนื่องจนเป็นการส่งต่อแด่คนรุ่นหลัง ด้วยการ สาธิตวิธีการ การสั่งสอนด้วยการบอกเล่า และการสร้างองค์ความรู้ไว้เป็นลายลักษณ์อักษร โดยทั่วไป การถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวบ้านทุกภูมิภาค จะนิยมสองวิธี คือ การสาธิตวิธีการ และสอนเป็นวาจา

๔. การเรียนรู้โดยพิธีกรรม ในเชิงจิตวิทยา พิธีกรรมมีความศักดิ์สิทธิ์และมีอำนาจในการโน้มน้าวให้คนที่มีส่วนร่วมรับเอาคุณค่าและแบบอย่างพฤติกรรมที่ต้องการเข้าไว้ในตัวเป็นการตอกย้ำความเชื่อ กรอบศีลธรรมจรรยาของกลุ่มชน

๕. การเรียนรู้โดยศาสนา เป็นหลักการหล่อหลอมบ่มเพาะความประพฤติ สติปัญญาและอุดมการณ์ชีวิต ทั้งในด้านหลักธรรมคำสอน ศีลและวัตรปฏิบัติ ตลอดจนพิธีกรรมและกิจกรรมทางสังคมที่มีวัดเป็นศูนย์กลางชุมชน

๖. การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประสบการณ์ ระหว่างกลุ่มคนที่แตกต่างกันทั้งทางชาติพันธุ์ ถิ่นฐานการทำกิน รวมไปถึงการแลกเปลี่ยนกับคนต่างวัฒนธรรม ทำให้กระบวนการเรียนรู้ขยายตัว มีความคิดใหม่

๗. การผลิตซ้ำทางวัฒนธรรม เป็นการเลือกเฟ้นเอาความเชื่อมและธรรมเนียมปฏิบัติที่สืบทอดกันมาในสังคมประเพณีมาผลิตซ้ำทางวัฒนธรรม ให้ตรงกับฐานความเชื่อมเดิม

๘. ครูพักลักจำ เป็นกระบวนการเรียนรู้อีกวิธีหนึ่งที่มีมาแต่เดิม เป็นการเรียนรู้ในทำนองแอบเรียน แอบเอาอย่าง แอบลองทำดู ตามแบบอย่างที่เฝ้าสังเกตอยู่เงียบๆ

ปาริชาติ วลัยเสถียร (๒๕๔๙) ได้กล่าวถึง ผู้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่น ได้แก่ (๑) องค์กรพัฒนาเอกชน (๒) ผู้นำทางศาสนาหรือพระนักพัฒนา (๓) ปราชญ์ชาวบ้าน (๔) ผู้นำชุมชน แกนนำชุมชน (๕) ผู้นำทางการ (๖) ปัญญาชนท้องถิ่น (๗) นักวิชาการ (๘) รัฐ

ความหมายของปราชญ์ชาวบ้าน คือ ผู้นำ ผู้รู้ชาวบ้าน ผู้มีสติปัญญา ผู้มีความสามารถ มีประสบการณ์ หรือมีหลักธรรมเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวในการดำรงชีวิต รวมทั้งเป็นผู้ที่พยายามหาทางเลือกใหม่ให้กับชีวิต มุ่งสู่การพึ่งตนเองโดยตั้งต้นจากทุนรอบๆตัวที่มีอยู่ (ปาริชาติ วลัยเสถียร, ๒๕๔๙)

          สารภี วรรณตรง (๒๕๔๗) ได้กล่าวถึง การถ่ายทอดองค์ความรู้จากแหล่งการเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น ไว้ดังนี้ คือ

          ๑. ครอบครัว เป็นการถ่ายทอดจากบิดามารดาสู่บุตร พี่น้อง เครือญาติใกล้ชิด ถ่ายทอดแก่กันและกันเพื่อสืบทอดภูมิปัญญาไว้ ความรู้หลายอย่างไม่มีการเผยแพร่ให้ผู้อื่นๆ เพราะถือเป็น มรดกของตระกูล เช่น ความรู้เรื่องการรักษาโรค ศิลปะการแสดง ศิลปะหัตถกรรมต่างๆ

          ๒. วัดและชุมชน วัดเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของชุมชนหรือศูนย์การศึกษานอกระบบ เป็นที่ฝึกอาชีพ ที่ประชุมสัมมนา

          ๓. ครู เจ้าสำนัก เป็นการถ่ายทอดโดยบุคคลที่เป็นผู้รู้ผู้ชำนาญให้แก่บุคคลอื่นๆ ลูกศิษย์ ผู้สนใจ

          ๔. เครือข่ายศูนย์การเรียนรู้ของชุมชน เป็นการรวมกลุ่มเพื่อการจัดการทรัพยากรผลผลิตและทุนของตนเอง จำเป็นต้องมีการเรียนรู้ อาศัยการเรียนรู้จากผู้รู้ภายนอก หรือจากการไปศึกษาดูงาน การประชุมสัมมนา การฝึกงานและการทดลองปฏิบัติ

. ประวัติครอบครัวและการศึกษาของนายช่างทวีป ดวงนิมิตร

นายช่างทวีป ดวงนิมิตร มีบิดาชื่อนายสุวรรณ ดวงนิมิตร อาชีพทำนา และรับจ้างทั่วไปในช่วงนอกฤดูกาล และมารดาชื่อนางสวงษ์ ดวงนิมิตร  อาชีพรับจ้างแกะสลักไม้ ได้แต่งงานกันเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๐  มีพี่น้องด้วยกัน ๘ คน ประกอบด้วย ๑.นางอุทัยรัตน์ คงประเสริฐ  ๒.นางอาทร วรรณมณฑา ๓.นางประทิน พึ่งตระกูล ๔.นางมลฑา ทิพย์สุข ๕.นายถวัลย์ ดวงนิมิตร ๖.นายทวีป ดวงนิมิตร ๗.นายอนุวัฒน์  ดวงนิมิตร และ ๘.นางอัจฉรา ดวงนิมิตร

ปัจจุบันพี่น้องในครอบครัวของคุณแม่สวงษ์ ดวงนิมิตร ยึดอาชีพแกะสลักไม้เป็นอาชีพหลัก ได้แก่

นางอาทร วรรณมณฑา นายทวีป ดวงนิมิตร นายอนุวัฒน์  ดวงนิมิตร และนางอัจฉรา ดวงนิมิตร

นายช่างทวีป ดวงนิมิตร ได้สมรสกับนางรุ่งรัตน์ ดวงนิมิตร มีอาชีพแกะสลักไม้ มีบุตรด้วยกัน ๒ คน คือ นายธรรมรัตน์ ดวงนิมิตร และ ด.ญ.ปวีณา ดวงนิมิตร 

 จุดเริ่มต้นขององค์ความรู้งานแกะสลักไม้

นายช่างทวีป ดวงนิมิตร โดยได้รับการศึกษาชั้นประถม จากโรงเรียนปฐมวิทยาคาร ในปี ๒๕๑๒ จนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ ๗ ในขณะนั้น โดยในช่วงที่ศึกษาอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ ถึง ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๗ (อายุประมาณ ๑๓ ปี) นายจินดา เกิดลาภ ซึ่งเป็นครูใหญ่โรงเรียนปฐมวิทยาคาร ในขณะนั้น ได้เชิญ อาจารย์ สมจิต คิดการ มาสอนนักเรียนในการเขียนลายไทย จึงเป็นพื้นฐานในการให้นายช่างทวีปสามารถเขียนและออกแบบลายไทยได้ จนถึงปัจจุบัน หลังจากนั้นนายช่างทวีปก็ได้เข้าศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นที่โรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำจังหวัดประเภทชายล้วน ในปี พ.ศ. ๒๕๑๘ 

เพราะฐานะทางเศรษฐกิจที่ไม่ดี ครอบครัวของนายช่างทวีป ดวงนิมิตร ทำให้ลูกๆในครอบครัวต้องทำงานเพื่อหารายได้เป็นค่าเล่าเรียน นางสวงษ์ ดวงนิมิตร  มารดาได้บอกกับนายช่างทวีป ว่า “ถ้าอยากเรียนก็ต้องให้ช่วยทำงานแกะสลักในตอนเย็นและวันหยุด”

นายช่างทวีป ดวงนิมิตร กับพี่สาวของนายช่างทวีป ดวงนิมิตร  ไปเรียนการแกะสลักไม้ กับนายณรงค์ ทวีเกิด ลูกศิษย์รุ่นที่สองของอาจารย์ ไสว เดชศรี ซึ่งเป็นครูผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวศิลปหัตถกรรมการแกะสลักไม้ลายไทยยุคแรกเริ่มในหมู่บ้านทุ่มมะขามหย่อง หมู่ที่ ๕ และ ๖ ตำบลบ้านใหม่ จนกลายเป็นแหล่งผลิตสินค้าโอท๊อปประเภทเครื่องใช้ในวัด ส่งจำหน่ายทั่วประเทศ (อ้างในวารสารวิชาการ อยุธยาศึกษา ปีที่ ๙ ฉบับที่ ๑ มกราคม-มิถุนายน ๒๕๖๐ เรื่องหัตถกรรมการแกะสลักไม้แห่งบ้านใหม่ทุ่งมะขามหย่อง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กับการสืบทอดภูมิปัญญาสู่เยาวชนรุ่นใหม่) โดยฝึกหัดอยู่ประมาณ ๓ ปี ก็สามารถรับงานมาทำเป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือน เป็นอาชีพเลี้ยงดูครอบครัว โดยเริ่มต้นจากการแกะสลักโต๊ะหมู่บูชา เป็นลักษณะลายไทย เช่น ลายเปลวหรือลายกระหนกเปลว[3] และลายก้านขด และลายดอกไม้และช่อใบ และต่อมาพี่สาวแยกไปมีครอบครัว ทำให้ต้องลดปริมาณงานเป็นรับจ้างเป็นชิ้นงานเท่านั้น

          หลังจากจบการศึกษาจากโรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย ระดับมัธยมศึกษาปีที่ ๓ แล้ว นายช่างทวีป ดวงนิมิตรได้เข้าศึกษาต่อที่ วิทยาลัยเทคนิคพระนครศรีอยุธยา แผนกช่างกลโรงงาน จนจบระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ(ปวช.) ทำให้นายช่างทวีป ฯ มีความรู้ ความชำนาญในการประยุกต์ใช้เครื่องมือ เครื่องกล อีกทั้งประดิษฐ์เครื่องมือในการแกะสลักด้วยตนเอง เช่น การประดิษฐ์สิ่วตัววี

 .ความก้าวหน้าในอาชีพแกะสลักไม้ของนายช่างทวีป ดวงนิมิตร

หลังจากจบการศึกษาระดับ ปวช. นายช่างทวีป ฯ ได้เริ่มรับจ้างแกะสลักบานประตูและบานหน้าต่างโบสถ์ในจังหวัดต่างๆ โดยไปร่วมรับทำงานแกะสลักกับรุ่นพี่ๆในหมู่บ้าน ตำบลบ้านใหม่เป็นเวลาประมาณ ๑๐ ปี โดยเน้นแกะสลักลายไทย และภาพของเทวดา ประจำประตู (ภาพที่ ๑)

ในช่วงเวลาดังกล่าว เมื่อปี ๒๕๒๕ นายช่างทวีป ดวงนิมิตร ได้มีโอกาสเข้าร่วมทีมงานช่างแกะสลักจากบ้านใหม่ทุ่งมะขามหย่อง รายชื่อดูได้จาก  (ภาพที่ ๒)  เพื่อบูรณปฏิสังขรณ์ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม วัดโพธิ์ พระบรมมหาราชวังและ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ เป็นการเตรียมการเพื่อฉลองสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ ๒๐๐ ปี โดยมีสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี รับอัญเชิญเสด็จเป็นแม่กองบูรณปฏิสังขรณ์ ขณะนั้นนายช่างทวีป ดวงนิมิตร มีหน้าที่ซ่อมแซมยอดลายกนกที่หักและกะเทาะรัก เพื่อเตรียมงานให้ช่างลงรักปิดทองทำในขั้นตอนต่อไป

จากประสบการณ์ของการบูรณะงานโบราณสถานระดับชาติของนายช่างทวีป ดวงนิมิตร ข้างต้น ในปี ๒๕๓๐ ได้รับความไว้วางใจจากบริษัทจัดหางานที่ต้องการช่างฝีมือตกแต่งภายในและเฟอร์นิเจอร์ ที่มีประสบการณ์ด้านการแกะสลักไม้ ทำให้นายช่างทวีป ดวงนิมิตร ได้มีโอกาสสร้างผลงานการแกะสลักไม้ รูปแบบใหม่เป็นการแกะสลักลายหลุยส์ บนเฟอร์นิเจอร์โต๊ะ เก้าอี้ ผนังห้องต่างๆ ของพระราชวังของสุลต่านบรูไน และสมาคมโปโลคลับของประเทศบรูไน

001

002

จากข้อมูลทางประวัติศาสตร์ พบว่า

0022

นายช่างทวีป ดวงนิมิต ถือว่าเป็นช่างแกะสลักไม้คนแรกที่ไปทำงานประเทศบรูไน และเมื่อประสบความสำเร็จได้ชักชวนช่างฝีมือแกะสลักไม้ในหมู่บ้าน ตำบลบ้านใหม่ อำเภอพระนครศรีอยุธยา จำนวน ๑๓ คน และช่างฝีมือจากภูมิภาคต่างๆของประเทศไทยเพิ่มเติม รวมทั้งหมดประมาณ ๓๐ คนเป็นเวลา ๑๑ ปี ช่างแกะสลักแต่ละคนสามารถสร้างรายได้ประมาณ ๓๐,๐๐๐ บาท  ต่อเดือน (นายช่างทวีป ดวงนิมิตร, สัมภาษณ์) ทำให้ยกระดับสถานะทางเศรษฐกิจของครอบครัว สามารถได้ซื้อที่ดินปลูกบ้าน สร้างบ้าน ที่ดินเพื่อการเกษตร และเป็นค่าใช้จ่ายในการศึกษาของบุตรในระดับต่างๆ แต่ด้วยวิกฤติเศรษฐกิจในประเทศอาเซียนปี ๒๕๔๐  ทำให้ทั้งคณะต้องเดินทางกลับประเทศไทยปี  ๒๕๔๑  สอดคล้องกับข้อมูลในหนังสือเดินทางของนายช่างทวีป ดวงนิมิตร ตามภาพที่ ๔

003.

004

005

.การพัฒนาการแกะสลักไม้ลายไทยและการถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เยาวชน

เมื่อกลับมาประเทศไทย นายช่างทวีป ดวงนิมิตร  เริ่มพัฒนาฝีมือการแกะสลัก ด้วยการศึกษาสร้างลวดลายไทยบนองค์บุษบก[4] ตั้งแต่การเขียนแบบ เขียนลาย โดยเรียนรู้จากลวดลายของช่างกรมศิลปากรเป็นต้นแบบ การสร้างผลงานหัตถกรรมลายแกะสลักองค์ประกอบต่างๆ ของบุษบก เช่น ลายเปลว ลายหน้ากระดาน ลายลูกฟัก ลายฐานสิงห์  ลายบัวหงาย ลายก้ามปู ลายบัวคว่ำ  โดยมีช่างแกะสลักที่ชำนาญในแต่ละลายแกะสลัก และในแต่ละองค์ประกอบของบุษบก ร่วมกันแกะสลักแล้วส่งโรงงานประกอบองค์บุษบก สร้างรายได้ให้กับช่างแต่ละท่านประมาณ ๒๐,๐๐๐ – ๓๐,๐๐๐ บาท ต่อเดือน (นายช่างทวีป ดวงนิมิตร, สัมภาษณ์)

006

007

จากความรู้ด้านช่างกลได้พัฒนาเครื่องมือแกะสลัก คือ เครื่องมือแกะสลัก เช่น สิ่วตัววีจากวัสดุสมัยใหม่ เหล็กไฮสปรีด และเครื่องเจียที่ติดกระดาษทรายเพื่อขัดเรียบบันแถลง

008 009

010

011

ณ บ้านเลขที่ ๓๔ หมู่ ๕ ตำบลบ้านใหม่ อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ของคุณแม่ชุมรัตน์ ศรีสุนทรพาณิชย์ เมื่อวันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๐ เวลา ๑๙.๑๐ น.ถึง ๒๐.๐๐ น. และ เมื่อวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๐ เวลา ๐๘.๑๐ น.ถึง ๑๒.๐๐ น.

ประสบการณ์ ความรอบรู้และความชำนาญด้านออกแบบแกะสลักลายไม้ เทคนิคการใช้เครื่องมือของนายช่างทวีป ดวงนิมิตร นั่นเอง ทำให้หน่วยงานภาครัฐเห็นความสำคัญของการถ่ายทอดภูมิปัญญาชาวบ้านในสถาบันการศึกษาระดับท้องถิ่น เมื่อปี ๒๕๕๕ ได้รับเชิญจาก นายคำรณ ทานธรรม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านใหม่และเจ้าของโรงงานอุตสาหกรรมเครื่องสังฆภัณฑ์งานแกะสลักไม้ ให้เป็นวิทยากรสอนวิชาเขียนลายไทยและแกะสลักไม้ ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ณ โรงเรียนปฐมวิทยาคาร เป็นเวลา ๕ ปี ซึ่งลูกศิษย์ส่วนใหญ่กำลังศึกษาในระดับมัธยมและมหาวิทยาลัยยังไม่ได้ประกอบอาชีพการแกะสลักแต่อย่างใด

.บทสรุป

จากข้อมูลการสัมภาษณ์ประวัติของนายช่างทวีป ดวงนิมิตร ผู้เขียนพบว่า ภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปหัตถกรรมการแกะลักไม้ลายไทย ในชุมชนหมู่บ้านทุ่งมะขามหย่อง ตำบลบ้านใหม่  มีการถ่ายทอดองค์ความรู้จากแหล่งการเรียนรู้ผ่านกระบวนการเรียนรู้จากครอบครัว ชุมชน และเครือข่ายศูนย์การเรียนของชุมชน เช่น โรงเรียนปฐมวิทยาคาร และบ้านของนายช่างผู้มีประสบการณ์ เช่น อาจารย์ไสว เดชศรี และนายณรงค์ ทวีเกิด ลูกศิษย์รุ่นที่สองของอาจารย์ ไสว เดชศรี

 กรณีของนายช่างทวีป  ดวงนิมิตร  ช่วงเริ่มต้น เป็นการเรียนรู้ผ่านกระบวนการเรียนรู้จากครอบครัว ตั้งแต่คุณแม่สอนให้ลูกๆ ฝึกฝนสร้างงานเพื่อสร้างรายได้ตั้งแต่เด็กๆ และได้รับการถ่ายทอดจากณรงค์ ทวีเกิด ควบคู่ไปกับการเรียนในโรงเรียนประจำชุมชน ในวิชาการเขียนลายไทย และเรียนวิชาช่างกลในระดับ ปวช. จนสามารถนำองค์ความรู้ด้านช่างกล มาประยุกต์ พัฒนาเครื่องมือที่ใช้ในอุตสาหกรรมแกะสลักไม้ในท้องถิ่นและด้วยประสบการณ์ของการทำงานมายาวนานทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทำให้ช่างแกะสลักในหมู่บ้านทุ่งมะขามหย่อง ตำบลบ้านใหม่ ต้องขอคำแนะนำ เกี่ยวกับปัญหาของลวดลายการแกะสลัก  การใช้เครื่องมือสิ่ว การขึ้นลาย ขึ้นหุ่น ดังนั้น นายช่างทวีป ดวงนิมิตร จะเป็นเปรียบเสมือน “ปราชญ์ชาวบ้านทางด้านงานแกะสลักไม้” เพราะสามารถถ่ายทอดเทคนิคการใช้เครื่องมือ เทคนิคการแกะสลัก ลำดับขั้นการแกะสลัก สร้างลาย เมื่อช่างฝีมือมีปัญหา ช่วยให้เกิดความรวดเร็วในการสร้างผลงาน และลดความเสียหายของชิ้นงานได้เป็นอย่างดี

ประสบการณ์ ความรอบรู้และความชำนาญด้านออกแบบแกะสลักลายไม้ เทคนิคการใช้เครื่องมือของนายช่างทวีป ดวงนิมิตร ทำให้หน่วยงานภาครัฐเห็นความสำคัญของการถ่ายทอดภูมิปัญญาชาวบ้านในสถาบันการศึกษาระดับท้องถิ่น เมื่อปี ๒๕๕๕ ได้รับเชิญจากผู้นำท้องถิ่น ให้เป็นวิทยากรสอนวิชา เขียนลายไทยและแกะสลักไม้ ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ณ โรงเรียนปฐมวิทยาคาร ซึ่งเป็นโรงเรียนที่นายช่างทวีป ดวงนิมิตร เคยศึกษาตั้งแต่วัยเด็กและเรียนวิชาพื้นฐานการแกะสลักเมื่อครั้งอดีต

เอกสารอ้างอิง

กำพล จำปาพันธ์. (๒๕๖๐). อยุธยา จากสังคมเมืองท่านานาชาติ สู่มรดกโลก ประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม วิถีชีวิต วัฒนธรรม ภูมิศาสตร์.นนทบุรี:มิวเชียมเพลส.

ข้อมูลตำบลบ้านใหม่ อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา.(๒๕๖๐).OTOP:One Tambon One Product., ค้นเมื่อ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๐ เวลา ๑๕:๐๕ น. จาก www.thaitumbon.com.

ความหมายภูมิปัญญา.ค้นเมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๐ เวลา ๑๔:๕๑ น. จาก https://sites.google.com/

site/naramit303/khwam-hmay-khxng-phu-mi-payya-elea-wathnthrrm-thiy.

จดหมายเหตุการบูรณะปฎิสังขรณ์วัดพระศรีรัตนศาสดารามและพระบรมมหาราชวังในการฉลองพระนครครบ ๒๐๐ ปี พุทธศักราช ๒๕๒๕

เจียมจิต บวชไธสง. (๒๕๕๖). การดำเนินงานสารสนเทศภูมิปัญญาท้องถิ่นของห้องสมุดมหาวิทยาลัยราชภัฏในประเทศไทย. ค้นเมื่อวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๐ เวลา ๑๙:๑๑ น จาก http://digital_collect.lib.buu.ac.th/ dcms/files /51911428/chapter2.pdf.

ทวีป ดวงนิมิตร ณ บ้านเลขที่ ๓๔ หมู่ ๕ ตำบล บ้านใหม่ อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ ๑๓  พฤษภาคม ๒๕๖๐ เวลา ๑๙:๑๐ น.ถึง ๒๐:๐๐ น. และ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๐ เวลา ๐๘:๑๐ ถึง ๑๒:๐๐ น.สัมภาษณ์

แนวคิดทฤษฎีเกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่น.ค้นเมื่อ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๐ เวลา ๑๔:๕๕ น. จาก http://www. udru.ac.th/attachments/elearning/10/08.pdf.

พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๕๔ ที่มา http://www.royin.go.th/dictionary/)

วิภาวี บริบูรณ์ อัครเรย เปรมานุพันธ์และเรณู คนเล็ก. (๒๕๕๓). พื้นฐานการเขียนลายไทย.กรุงเทพฯ. ไทยควอลิตี้บุ๊ค.

สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนโดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว การบูรณะปฎิสังขรณ์ วัดพระศรีรัตนศาสดารามและพระบรมมหาราชวัง ค้นเมื่อ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๐ จาก http://kanchanapisek.or.th/kp6/sub/book/book.php?book=16&chap=1&page=t16-1-l1.htm

เชิงอรรถ

[1] ทุ่ง เป็นคำโบราณ ปรากฏในพระราชพงศาวดาร จดหมายเหตุชาวต่างชาติและหลักฐานอื่นๆที่เกี่ยวกับกรุงศรีอยุธยา เป็นคำสำหรับใช้เรียก พื้นที่บริเวณที่เป็นที่ราบระหว่างแม้น้ำลำคลอง เป็นทั้งแหล่งเกษตรกรรม แหล่งประมงน้ำจืด แหล่งอาหารและสถานที่ทำศึกสงคราม

[2] ทุ่งที่ตั้งอยู่ทางด้านเหนือของทุ่งภูเขาทอง เชื่อว่าเป็นสถานที่ชนช้างที่ทำให้พระสุริโยทัยสิ้นพระชนม์ ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัยและที่กักเก็บน้ำตามโครงการพระราชดำริ

[3] ลายกระหนกเปลว ได้รับแรงบันดาลใจและประดิษฐ์ขึ้นมาจากยอดสะบัดของเปลวเพลิง จึงเรียกชื่อ ลายกระหนกเปลวเพลิง หรือ ลายกระหนกเปลว หรือ ชาวบ้านใหม่ทุ่มมะขามหย่อง เรียกว่า ลายเปลว

[4] บุษบก (บุด-สะ-บก)  หมายถึง  [บุดสะบก] น. เรือนยอดแบบหนึ่งมีขนาดต่าง ๆ กัน เป็นอย่างเรือนโกง เป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ในพระราชพิธี หรือประดิษฐานปูชนียวัตถุเช่นพระพุทธรูปเป็นต้น. (พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๕๔ ที่มา http://www.royin.go.th/dictionary/)

 

บทความนี้ ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการอยุธยาศึกษา
ปีที่ ๙ ฉบับที่ ๒ กรกฎาคม-ธันวาคม ๒๕๖๐

รับพิจารณาบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสารวิชาการอยุธยาศึกษา ศึกษารายละเอียดได้ใน http://jas.aru.ac.th/?page_id=2581

Leave a Comment

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติ HTML เหล่านี้ได้: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>